รู้ไว้จะได้ไม่โดนหลอก!! 14 สิ่งที่ต้องเช็คดู ก่อนซื้อ ‘รถมือสอง’ ไม่อย่างนั้นจะเสียใจไปตลอดชีวิต!!

   
advertisement
1

        การมีรถยนต์ขับนั้นทำให้ชีวิตเหมือนดูง่ายขึ้นว่าได้ เพราะเกิดความสะดวกสบายมากขึ้น แต่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถมีรถยนต์กันได้ ทำไมถึงมีไม่ได้หล่ะ ก็เพราะราคารถยนต์ที่มีราคาแพงคนที่มีกำลังทรัพย์ไม่พอ จึงหันมาสนใจรถยนต์มือสองกัน ตลาดรถยนต์มือสองก็ถือได้ว่าไดรับความสนใจอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน แต่ว่าการจะเลือกรถยนต์มือสองสักคันก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่าย ยิ่งไม่มีความรู้เรื่องรถยนต์หรือเครื่องยนต์อาจจะต้องหนักใจกันหน่อย วันนี้ kaijeaw.com มีเคล็ดลับในการเลือกซื้อรถยนต์ให้ได้รถสภาพดีมากแนะนำกันครับ

1.ระบบของเหลวต่างๆ

1

     รถมือสอง คือรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว แน่นอนว่าย่อมมีการสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆตามการใช้งาน แล้วเราทราบหรือไม่ว่า เมื่อเราซื้อรถมือสองมาแล้ว เราต้องตรวจเช็คอะไรบ้าง

     ควรเปลี่ยนของเหลวต่างๆ ทั้งน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ เพราะเราไม่ทราบว่าเจ้าของเก่าเปลี่ยนมาให้เราแล้วหรือยัง ซึ่งผู้ขายอาจจะโกหกเราว่าเปลี่ยนมาให้แล้ว แต่เพื่อความชัวร์และความสบายใจ เราเปลี่ยนใหม่ดีกว่าครับ 

2.ยาง

2

     ควรตรวจสอบสภาพของยาง ความหนาของดอกยาง ยางบวม แตกลายงา หรือยางกินข้างหรือไม่ หากตรวจพบว่าผิดปกติ ควรรีบเปลี่ยนทันที

3.เบรกและช่วงล่าง

3

     ตรวจเช็คความหนาของผ้าเบรก และระบบการทำงานของเบรก หากพบว่าผ้าเบรกเหลือน้อย หรือเบรกแล้วมีเสียงดังผิดปกติ หรือเบรกไม่อยู่ ก็ควรรีบให้ช่างแก้ไขโดยด่วน ในส่วนของช่วงล่าง ให้ลองขับรถไปที่ถนนขรุขระ หากมีเสียงดังกุกกัก อาจเกิดจากลูกหมากเสื่อมสภาพ ควรรีบให้ช่างแก้ไข หรือหากพบคราบจารบีติดอยู่ที่วงล้อด้านใน สาเหตุอาจเกิดจากยางหุ้มเพลาขาดหรือเสื่อมสภาพ ควรรีบแก้ไขโดยด่วน หากทิ้งไว้นานปัญหาอาจจะลามไปที่จุดอื่นได้ครับ 

advertisement
 

4.กรองอากาศ ,กรองแอร์

4

     เพราะเราไม่ทราบ ว่าเจ้าของเก่าเขาเปลี่ยนกรองอากาศเครื่องยนต์และกรองแอร์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ดังนั้น เราควรเปลี่ยนเพื่อความสะอาดของของระบบแอร์ และเพื่อความสะอาดของอากาศที่จะเข้าสู่ระบบเครื่องยนต์ 

5.ระบบไฟต่างๆ

5

     ให้ตรวจสอบไฟต่างๆ ทั้งไฟเบรก ไฟถอย ไฟหน้า ไฟหลัง ไฟเลี้ยว และสัญลักษณ์ไฟต่างๆที่อยู่บนเรือนไมล์ ทั้งไฟเตือนความร้อน ไฟเตือนเครื่องยนต์ ไฟABS และไฟอื่นๆบนเรือนไมล์ วิธีเช็คก็คือ เมื่อบิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง ON ไฟต่างๆจะโชว์ที่หน้าจอ แต่เมื่อสตาร์ทรถ ไฟต่างๆที่โชว์จะต้องดับไป เช่นไฟรูปเครื่องยนต์ หากเราสตาร์ทเครื่องแล้ว แต่ไฟรูปเครื่องยนต์ยังไม่ดับ แสดงว่าเครื่องยนต์อาจมีส่วนใดส่วนหนึ่งมีปัญหา

6. ตรวจสอบรายละเอียดของรุ่นและปีของรถ 

        รถหลายๆ รุ่นมีรุ่นย่อยหลายรุ่นและยังมีการเปลี่ยนโฉมหรือไมเนอร์เชนจ์อีก เพื่อให้ชัวร์ว่ารถคันที่จะซื้อนั้นเป็นรุ่นและปีอะไรกันแน่ ก็คงต้องดูจุดสังเกตุเพิ่มเติม ซึ่งรถแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นก็มีจุดสังเกตไม่เหมือนกัน เช่น บางรุ่นสังเกตได้จากแผ่นเพลตในห้องเครื่องยนต์ บางรุ่นสังเกตจากป้ายหรือเพลตที่หม้อน้ำ บางรุ่นสังเกตจากโคมไฟหน้าหรือไฟท้าย บางรุ่นสังเกตจากป้ายที่เข็มขัดนิรภัย ฯลฯ เราควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่ารุ่นที่ผู้ขายระบุมา ตรงกับรถมือสองคันที่เราตรวจสอบอยู่ และรถแต่ละรุ่นนั้นมีทุนประกันภัยไม่เท่ากัน จึงอาจส่งผลต่อราคาซื้อประกันภัยรถยนต์มือสองได้

6

7. ดูกันตั้งแต่จอดอยู่ไกลๆ ซักราวๆ 5 - 3 เมตร ดูรูปทรงของตัวรถทั้งหมด ว่ามีการเอียงหรือไม่ เช่น

        - กันชนหน้า ไฟหน้า กระจังหน้า ต้องได้รูปไม่โน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่ง

        - ฝากระโปรงหน้า สังเกตร่องระหว่างฝากระโปรงกับแก้ม ต้องเป็นสันตรงกันทั้งสองข้าง ด้านหน้าต้องตรงกันรับกับไฟหน้าและกระจังหน้า

        - เสาหลังคา ว่ามีการโน้มเอียงไปหรือไม่ มีความนูนโค้ง หรือเสียรูปไปจากของโรงงาน

        - หลังคา ว่ามีการเอียง การยุบ หรือโค้งไม่ได้รูปอย่างไร

        - ประตู ร่องระหว่างประตู ระหว่างแก้มหน้า เสาประตู ประตูหลัง จนถึงแก้มหลัง ว่าร่องประตูต่างๆ สังเกตเปรียบเทียบกับรถป้ายแดง สังเกตว่าร่องประตูต่างๆ จะตรงกัน

        - กันชนท้าย และฝากระโปรงท้าย ต้องตรงกันไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่ง

        - ความสูงต่ำ ว่ามีอาการเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งหรือไม่ หรือมีการดัดแปลงช่วงล่างมาอย่างไร

8.อายุรถ 

        ถ้าเป็นรถปีใหม่ๆก็อาจจะตรวจดูได้ง่ายหน่อย เพราะน่าจะผ่านการขับขี่มาน้อย เกิดอุบัติเหตุน้อยและ เครื่องยนต์ก็น่าจะยังไม่ทรุดโทรมไปมากนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารถปีใหม่ๆ จะดีเสมอไป การดูรถมือสองมีจุดที่ต้องสังเกตุหลักๆ แล้วไม่กี่จุด แต่การที่จะบอกได้ว่าดีหรือไม่ดีนั้น ถ้าจะดูให้ขาดก็ต้องอาศัยประสบการณ์ ถ้าหากคุณไม่มีประสบการณ์ต้องทำการบ้านเยอะๆ หน่อย

advertisement
 

7

9. คานหน้ารถ 

        ต้องเปิดฝากระโปรงหน้ารถดูว่า คานหน้าที่ยึดหม้อน้ำว่ามีการทำสีมาหรือไม่ มีการโป๊วสี หรือซ่อมมา อย่างไร สังเกตจากรูน็อตต่างๆ ต้องยังกลม และหมายเลขหน้ารถต้องยังชัดเจน หรือแผ่นเพทต้องไม่เคยชำรุด ทั้งคานบนล่างต้องได้รูป

10. สีรถ

        ดูระยะเริ่มใกล้ ราวๆ 1- 3 เมตร ดูสีรถรอบคัน ว่ามีส่วนไหนที่ทำสีมาแล้วบ้าง สังเกตสีที่แตกต่าง ความเรียบของผิวรถ ตำหนิต่างๆ เกี่ยวกับสี หรือว่าเคยทำสีมาทั้งคัน ถ้าทำสีมาทั้งคันแล้วต้องดูให้หนัก ต้องสันนิษฐานว่าทำสีทั้งคันเพราะอะไร เจ้าของเดิมเบื่อไม่ชอบสีเดิม สีซีดแล้วไม่สวย เกิดอุบัติเหตุทุกที่ หรือรุนแรงจนอู่ต้องตัดสินใจทำสีใหม่ทั้งคัน

11.ตรวจสอบระบบต่างๆ ที่ติดตั้งเพิ่มเติม 

        ถ้ามีการเปลี่ยนเครื่องเสียงใหม่ ที่ไม่ใช่เครื่องเสียงเดิมติดรถ ดูสักหน่อยว่ามีการติดตั้งอะไรเยอะแยะมากมายหรือเปล่า ตลอดจนระบบกันขโมยและอื่นๆ หากมีการติดตั้งอะไรเยอะๆ หากติดตั้งไม่ดี ซึ่งหมายถึงการตัดต่อหรือเดินสายไฟไม่ดี แทนที่จะรู้สึกเหมือนได้ของดีมาแต่อาจส่งผลต่อระบบไฟฟ้าในรถยนต์ได้

01415009918

12. เครื่องยนต์ 

        ถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อน สังเกตหาการซ่อมแซม สตาร์ทเครื่องฝังเสียง เปิดฝาเติมน้ำมันเครื่อง แล้วสังเกตไอน้ำมันเครื่อง เสียงท่อไอเสีย ควันจากท่อ หรือถ้ามีบุ๊กเซอร์วิสติดมา จะเป็นการดีครับ รองเปิดดูประวัติการซ่อม และดูด้วยว่าต้องต้องตรงกับทะเบียนรถ และเลขไมล์ในตัวรถ

13. ภายในรถ ดูรถมาตั้งนานได้เปิดดูภายในกับเขาเสียที ไม่ใช่จะซื้อรถต้องเปิดดูภายในเป็นอันดับแรก มาดูว่าต้องดูอะไรบ้าง

        -เบาะรถยนต์ ดูว่าเก่าขาด หรือยุบตัวทางด้านไหน หรือเปลี่ยนใหม่มาแล้ว เปลี่ยนเพราะอะไร ใช้งานหนักจนเบาะชำรุดมาก หรือเบาะเดิมไม่สวยถึงเปลี่ยนใหม่

        -คอนโซลหน้า ว่าเป็นของเดิมจากโรงงาน ไม่เสียรูป มีการแตกที่ผิดปกติ หรือเปลี่ยนใหม่เพราะอะไร

        -หน้าปัด เป็นการดูว่าหน้าปัดยังเป็นของเดิมตรงรุ่น ดูระยะกิโลการใช้งาน แต่การเชื่อถือระยะกิโลเป็นหลัก ก็ยังเป็นการผิด เพราะสามารถปรับแต่งกันได้ หรือรถใช้น้อยแต่เครื่องพัง วิ่งลุยน้ำทุกวัน หรือใช้งานหนัก สู้เลือกรถใช้งานมาก แต่ขับถนอมดีกว่า

        -พวงมาลัย และ หัวเกียร์ สังเกตพวงมาลัยว่า มีการยุบอย่างไร พวงมาลัยและหัวเกียร์ที่ผ่านการใช้งานหนัก จะมีการสึกหรอสูง จนเป็นมัน เป็นรอยแตก สังเกตลายที่แตกต่างบนพวงมาลัย 

        -ผ้าหลังคารถ ว่ายังเป็นของเดิมมาจากโรงงาน มีการประกอบยึดใหม่ หรือเปลี่ยนใหม่เพราะอะไร

14. ใต้ท้องรถ 

        ส่วนใหญ่แล้วมักจะมองข้ามกัน แต่ใต้ท้องรถบ่งบอกถึง การใช้งานแบบทุรกันดาร การตัดต่อตัวถัง การเสียรูปของตัวรถ ความผุของตัวถังที่มักเริ่มจากพื้นรถเป็นอันดับแรก สังเกตเฟรมใต้ท้อง ความบุบครูด สนิมที่เริ่มผุ หรือการแยกกันแล้วของตัวถังรถ

         การเลือกซื้อรถยนต์มือสองนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะคะ รถอาจจะมีราคาที่ถูกใจผู้ซื้อแต่คุณภาพก็ต้องดีเหมาะนำมาใช้งานด้วย ไม่ใช่ใช้ไปซ่อมไปอันนี้ก็ไม่ไหวเลยทีเดียว ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อควรศึกข้อมูลให้ดีก่อน หรือพาช่างหรือผู้มีความรู้เรื่องรถยนต์ เครื่องยนต์ไปดูด้วยก็ได้ จะได้ไม่โดนคนขายหลอกหรือย้อมแมวขาย จะได้ไม่เสียใจภายหลังนะครับ

เรียบเรียงเนื้อหาโดย : Kaijeaw.com

 
Advertisement
loading...
0
0
0