ช่วงเวลาสุดท้ายของ ด.ญ.13 ขวบผู้กล้าโลกต้องมองดูเธอตาย แต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยและรอจนวาระสุดท้าย!! (ชมคลิป)

   
advertisement
1

      ในปี 1985 ชาวเมือง Armero ในประเทศโคลัมเบียต้องเผชิญกับเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองร้างไปเลย และนี่เป็นโศกนาฎกรรมของ Omayra Sanchez หญิงสาวคนหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อของภัยพิบัติทางธรรมชาติ

      โดยในวันที่ 13 พฤศจิกายน 1985 ภูเขาไฟ Nevado del Ruiz เกิดการปะทุขึ้นและการทำลายล้างของมันทำให้เกิดโคลนไหลด้วยความเร็วกว่า 6 เมตร/วินาที ทั้งยังมีกระแสน้ำไหลวนส่งผลให้ชาวเมือง Armero เสียชีวิตไปกว่า 20,000 คนเลยทีเดียว1 (6)

      ในตอนนั้นที่ภูเขาไฟปะทุขึ้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งสัญญาณเตือนช้าไป โดยแจ้งหลังจากการระเบิดและแผ่นดินไหว ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการไร้ความสามารถของทางการในการใช้มาตรการป้องกันที่สำคัญ ทำให้เกิดความสูญเสียที่ไม่จำเป็นขึ้น1 (8)

      และอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเยอะคงเป็นเพราะหมู่บ้านส่วนใหญ่ในเมืองอยู่บริเวณในเส้นทางที่โคลนไหลพอดี และนี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวภัยพิบัติของภูเขาไฟที่อันตรายที่สุดในศตวรรษที่ 20 1 (1)

      ตอนนั้นเจ้าหน้าที่แนะนำให้ทำแผนการอพยพแต่กลับไม่ทันเวลา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงและหนึ่งในเหยื่อที่น่าสลดใจมากที่สุดคือ Omayra Sanchez หญิงสาววัยเพียง 13 ปีคนหนึ่ง ร่างกายของเธอส่วนล่างถูกคอนกรีตขนาดหนักทับอยู่ แม้ว่าจะไม่สามารถหลบหนีไปจากตรงนั้นได้ แต่เธอยังคงใช้แขนเกาะกิ่งไม้บริเวณนั้นไว้ 

advertisement
  1 (11)

      ในตอนนั้นผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ พยายามจะช่วยชีวิตเธอ แต่มันก็เหมือนไร้ประโยชน์1 (7)

      เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามเอาร่างกายส่วนล่างของเธอออกมาจากเศษซาก แต่ปรากฎว่าถ้าทำแบบนั้นจะทำให้ขาของเธอขาด พวกเขาจึงต้องแก้ปัญหา หลังจากนั้นพวกเขาจึงใส่ยางให้เธอเพื่อป้องกันไม่ให้เธอจมน้ำ1 (2)

      นักดำน้ำพบว่าขาของเธอถูกยึดตรึงไว้กับประตูอิฐ ทั้งป้าของเธอที่เสียชีวิตแล้วยังจับขาเธอไว้แน่นอีกด้วย1 (5)

ในตอนนั้นแม้ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย แต่ Omayra Sanchez กลับยังคงสงบและอารมณ์ดีได้ เธอร้องเพลงและให้สัมภาษณืนักข่าวได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 1 (4)

      และน่าเศร้ามากที่เธอขอให้หน่วยกู้ภัยปล่อยเธอทิ้งไว้อย่างนั้นเเพื่อที่จะให้พวกเขากลับไปพักผ่อนที่บ้าน ในคืนที่สามเธอยังคงติดอยู่ใต้เศษซากคอนกรีต และเธอเริ่มมีอาการประสาทหลอน โดยอ้างว่าจะไปโรงเรียน มือของเธอซีดขาว หน้าของเธอเริ่มบวม ทั้งดวงตาของเธอยังกลายเป็นสีแดงเนื่องจากอาการบาดเจ็บ 

advertisement
  1 (10)

      เจ้าหน้าที่ตัดสินใจที่จะดึงตัวเธอขึ้นมา แต่เธอติดอยู่ในท่านั่งคุกเข่า ถ้าพวกเขาทำแบบนั้นเธออาจจะต้องเสียขาไป และมันอาจทำให้เธอเสียเลือดมากและเสี่ยงอันตรายมากเพราะในตอนนั้นไม่มีอุปกรณ์ใดๆ เลย1 (9)

(ชมคลิป)

      หลังจากการตายของเธอทำให้เกิดการโต้เถียงกันทั่วโลก ทั้งยังหดหู่และน่าสลดใจมาก มันเป็นหนึ่งในความเลวร้ายของภัยพิบัติที่เป็นบทเรียนยิ่งใหญ่ให้กับโคลอมเบียในการเตรียมรับมือและต่อสู้กับภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ขอขอบคุณที่มาจาก : elitereaders.com

 
Advertisement
loading...
0
0
0