กระจ่าง..เผยความจริง!! เรื่อง “รอยพระพุทธบาท” แต่ละสถานที่ ทำไมถึงมีขนาดไม่เท่ากัน 

   
advertisement
%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97-5


      หลายคนคงเคยคิดสงสัย เกี่ยวกับเรื่องรอย พระพุทธบาท ว่าทำไม่แต่ละที่มีขนาดไม่เท่ากัน และส่วนใหญ่มักพบรอยอยู่บนหิน มีลักษณะนูนต่ำลงไปเป็นรูปเท้า....ท่านก็สงสัยอีกว่า ทำไมถึงมีรอยเท้าบนหินได้ วันนี้เราจะมาไขคำตอบกัน 

     รอยพระพุทธบาท เป็นเจดีย์ชนิดหนึ่ง  เรียกว่า อุเทสิกเจดีย์ เช่นเดียวกับพระพุทธรูป เป็นการสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่รำลึก  สักการะ ต่อพระพุทธองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ว่าจะพบ จะเจอที่ไหน ล้วนแต่สร้างโดยฝีมือมนุษย์ทั้งนั้นแหละครับ

     เหตุที่สร้างรอยพระพุทธบาท ก็เพราะว่า ในสมัยโบราณนั้น ไม่นิยมสร้างรูปเคารพที่เหมือนจริงเมื่อจะรำลึกถึงพระพุทธคุณของ องค์พระบรมศาสดา  ซึ่งเป็นที่เคารพสูงสุด  จึงไม่อาจเอื้อม ที่จะสร้างรูปเหมือนมักจะสร้างแต่เพียงสัญญลักษณ์  ที่มีความหมาย ว่านี้คือพระพุทธองค์ นี้คือ ธรรมะ  ที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอน เพื่อให้คนรุ่นหลังๆได้เคารพบูชา

     เริ่มจากสัญญลักษณ์ที่พระเจ้าอโศกได้สร้างไว้  คือเสาหินจารึกพระนาม พระเจ้าอโศก และความสำคัญของสถานที่นั้นๆ  ธรรมจักรหินแกะสลัก  ฯลฯ ส่วนองค์พระพุทธรูปนั้น เริ่มสร้างครั้งแรกโดยกษัตริย์กรีก  ที่หันมานับถือ

ศาสนาพุทธ คือ กษัตริย์เมนันเดอร์ หรือ..ที่เรารู้จักกันดี  คือ  พระเจ้ามิลินทร์  

     ในอินเดียโบราณความเชื่อเกี่ยวกับรอยพระพุทธบาทปรากฏอยู่ในทุกศาสนา ไม่ว่าในศาสนาพราหมณ์ เชน และพุทธ สำหรับพุทธศาสนาหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรเก่าแก่ที่สุดที่แสดงให้เห็นความเชื่อเกี่ยวกับรอยพระพุทธบาท คือ ปุณโณวาทสูตร ในอรรถกถาของพระสุตตันตปิฎก มัชฌิมานิกาย กล่าวถึงพระพุทธเจ้าทรงทิ้งรอยพระบาทไว้สองแห่ง คือ ฝั่งแม่น้ำนัมมทาและบนภูเขาสัจจพันธคีรี ส่วนหลักฐานที่เป็นรอยพระพุทธบาท เริ่มพบในศิลปะอินเดียตั้งแต่ประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ ๓ สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชแล้ว จากนั้นจึงปรากฏแพร่หลายทั่วไปในประเทศที่นับถือพุทธศาสนา 

     สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนิพนธ์ถึงคติการนับถือรอยพระพุทธบาทของไทยว่า รับสืบเนื่องมาจากชาวอินเดียและลังกา โดยชาวอินเดียแต่ครั้งพุทธกาลหรือก่อนหน้านั้น ไม่นิยมสร้างรูปเทวดาหรือมนุษย์ไว้บูชา เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน พุทธศาสนิกชนจึงสร้างสถูปหรือวัตถุต่าง ๆ เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์ รอยพระพุทธบาทเป็นวัตถุหนึ่งที่นิยมทำในสมัยนั้น 

     ส่วนคติของชาวลังกาเกิดขึ้นภายหลัง มีกล่าวถึงในตำนานเรื่อง มหาวงศ์ ว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จทางอากาศไปยังลังกาทวีปและทรงเทศนาสั่งสอนชาวลังกาจนเกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จกลับมัชฌิมประเทศ จึงได้ทรงทำปาฏิหาริย์ประทับรอยพระพุทธบาทไว้ ณ ยอดเขาสุมนกูฎ เพื่อให้ชาวลังกาได้ทำการสักการบูชา 

     ต่อมาราวพุทธศตวรรษที่ ๑๐ เมื่อหลวงจีนฟาเ.ยนเดินทางมาถึงลังกา ได้บันทึกโดยเชื่อว่าพระพุทธเจ้าได้ประทับรอยพระบาทไว้สองแห่งในลังกา คือ ยอดเขาสุมนกูฏแห่งหนึ่ง กับอีกรอยทางทิศเหนือของเมืองอนุราธปุระ ซึ่งในเอกสารลังกากลับไม่พบการยืนยันถึงสถานที่ดังกล่าว หากแต่ในบทสวดบาลีที่ใช้กันในเมืองไทย มีการกล่าวถึง "สุวัณณมาลิก" ว่าเป็นหนึ่งในรอยพระบาทในจำนวน ๕ แห่งที่พระพุทธเจ้าประทับไว้ ได้แก่ เขาสัจจพันธ์คีรี ฝั่งแม่น้ำนัมมทา เขาสุมนกูฏ และโยนกปุระ จึงเห็นได้ว่าความเชื่อที่ว่ามีรอยพระพุทธบาทแท้จริงที่เขาสัจจพันธ์คีรีและฝั่งแม่น้ำนัมมทานั้นเป็นความเชื่อดั้งเดิมที่สุด เกิดขึ้นในอินเดียและปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก ส่วนเขาสุมนกูฎและสุวรรณมาลิกเกิดขึ้นในลังกา และลังกาก็ได้ลืมรอยพระพุทธบาทที่เขาสุวรรณมาลิกไปแล้ว แต่มาเหลือตกค้างอยู่ในบทสวดมนต์ที่ใช้ในเมืองไทย ซึ่งรับอิทธิพลทางพุทธศาสนามาจากลังกา ส่วนโยนกปุระเป็นสถานที่ที่ฝ่ายไทยเพิ่มเติมขึ้นภายหลัง และอาจหมายถึงดินแดนอาณาจักรล้านนาที่เป็นอาณาจักรโยนกมาก่อน

advertisement
 

       หลักฐานการบูชารอยพระพุทธบาทในไทยที่เก่าสุด คือ รอยพระบาทคู่ที่สระมรกต จังหวัดปราจีนบุรี มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑–๑๓ ในวัฒนธรรมสมัยทวารวดี หลังจากนั้นไม่ปรากฏหลักฐานการทำรอยพระบาทอีกจนถึงสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๙ จึงพบแพร่หลายขึ้นทั้งในสุโขทัยและล้านนา อันอาจเนื่องจากอิทธิพลของพุทธศาสนาลังกาวงศ์ที่พระเถระจากสุโขทัยและล้านนาหลายรูปได้เดินทางไปลังกาหรือพม่าอันเป็นดินแดนที่พุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ไปเจริญอยู่ กระทั่งสืบคติดังกล่าวต่อมาจนถึงสมัยอยุธยา โดยเฉพาะเมื่อมีการค้นพบรอยพระพุทธบาทบนเขาสุวรรณบรรพตในจังหวัดสระบุรี การบูชารอยพระพุทธบาทยิ่งแพร่หลายขึ้นอีกมาก มีการค้นพบรอยพระบาทตามที่ต่าง ๆ อีกหลายแห่ง พร้อมไปกับความนิยมในการสร้างรอยพระพุทธบาทจำลองขึ้นในสถานที่ต่าง ๆ ก็มีมากยิ่งขึ้น ด้วยเชื่อว่ารอยพระพุทธบาทจำลองย่อมมีอานุภาพและสิริมงคลประดุจรอยพระพุทธบาทอันแท้จริง 

 

%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97-3

รอยพระพุทธบาท เขาสุวรรณมาลิก (อภัยคีรี) เมืองอนุราธะปุระ ประเทศศรีลังกา

 

 

%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97-4

รอยพระพุทธบาท เขาสุวรรณบรรพต (เขาสัจพันธ์บรรพต) จ.สระบุรี ประเทศไทย

 

 

%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97-5

รอยพระพุทธบาท เมืองโยนกบุรี (พระพุทธบาทสี่รอย จ.เชียงใหม่)

 

ขอขอบคุณที่มาจาก : postjung.com , นายเฉิ่มศักดิ์

 
Advertisement
loading...
0
0
0