อาม่ายอม “ขาดทุน” ขายอาหารมา 55 ปี จนเป็นหนี้ 2.5 ล้าน หลังเสียชีวิตมีคนมาร่วมงานกว่า 2,000 คนเพราะ…

   
advertisement
1

          ถ้าตอนนี้คุณมีเงิน 10 บาทจะทำอะไรได้มั่ง น้อยคนนักที่จะนึกคำตอบออก เพราะแม้แต่รถเมล์ยังขึ้นได้แค่บางคัน นับประสาอะไรกับการเอาไปซื้อข้าวกิน! แต่มันเกิดขึ้นแล้วในไต้หวัน อาม่าวัย 95 ปีทำเรื่องใจดีอย่างนี้มาชั่วชีวิต แกขายข้าวแกงจานละ 10 ดอลล่าห์ไต้หวัน หรือประมาณ 10 บาทไทยเท่านั้น

“อาม่า ทำไมตักซะเยอะขนาดนั้น!”

“ไม่ได้สิ ต้องกินให้อิ่มๆ!”22141501149466

        ข้างๆแผงขายข้าวแกง อาม่าตักข้าวให้ลูกค้าพูนจาน ส่วนลูกค้าก็ยื่นเงินให้ 10 บาท ภาพแบบนี้เห็นได้ทุกวันตรงตีนสะพานแห่งหนึ่งในจังหวัดเกาสง ประเทศไต้หวัน

        อาหารนานาชนิดวางเต็มแผงขาย ทั้งผัก ทั้งหมู ทั้งปลา มากมาย แค่จานละ 10 บาทจะตักกับข้าวเท่าไหร่ก็ได้83441501149467

        มีคนถาม : ถูกขนาดนี้ อาม่าจะได้กำไรหรอ? ฉันตอบโดยไม่ต้องคิดว่า เป็นไปไม่ได้ มีแต่ขาดทุนแน่ๆ แต่อาม่าก็ขายข้าวแกงที่แผงเล็กๆ นี้มาถึง 55 ปีแล้ว

        คุณอาจจะสงสัย ว่าหญิงชราคนนี้เป็นใคร? ทำไมอายุขนาดนี้แล้ว ยังทำการค้าขายที่ “ขาดทุน” อยู่อีก จริงๆแล้วแกไม่ใช่คนดังที่ไหน ก็เป็นแค่คนแก่ธรรมดา แต่แค่ใจดี มีจิตใจเมตตา แล้วก็ส่งผ่านความอบอุ่นใจไปถึงคนอื่นๆ66751501149468

        อาม่าขายข้าวแกงจานละ 10 บาทก็เพื่อตอบแทนบุญคุณ แกชื่อจวงจูอวี้ เป็นชาวเผิงหู่ ตอนอายุ 16 ก็แต่งงานมาอยู่เกาสง หลังแต่งงานได้ไม่นานสามีก็โดนเกณฑ์ไปเป็นทหาร แกตัวคนเดียวต้องเลี้ยงดูลูกด้วยตัวเอง ระหกระเหเร่ร่อนไปทั่วสารทิศ เคยไม่มีเงินหมดจนหนทาง แล้วก็ได้รับความช่วยเหลือจากคนงานที่ท่าเรือจนๆ แกก็เลยจดจำขึ้นใจ

advertisement
 

        ต่อมาเมื่อสามีกลับมา ชีวิตก็ดีขึ้นมาหน่อย พวกเขาเช่าคลังสินค้าที่ท่าเรือเกาสง แล้วเปิดบริษัทเอาของขึ้นลงจากเรือ จากนั้นไม่นานพวกเขาก็พบว่าคนงานที่ทำงานที่ท่าเรือเหนื่อยยากลำบากมาก รายได้ก็แสนน้อย แม้แต่ที่จะซุกหัวนอนก็ยังไม่มี30241501149477

        เมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองได้รับความช่วยเหลือจากคนงานที่ท่าเรือ อาม่าก็รู้สึกซาบซึ้งใจมาก แกประกาศให้คนงานสามารถมานอนในคลังสินค้าของแกได้โดยไม่ต้องเสียเงิน และไม่เรียกร้องอะไรตอบแทนด้วย

        ที่นี้ปัญหาเรื่องที่อยู่ก็ได้รับการแก้ไขแล้ว อาม่าก็เริ่มสงสารที่คนงานไม่เคยได้กินอาหารร้อนๆ แกก็เลยทำอาหารมาให้คนงานกินโดยไม่คิดเงิน!97691501149479

        ที่น่านับถือก็คืออาม่า ทำทานแบบนี้มาตลอดชีวิต ทุกวันไม่เคยหยุด แกจะไปซื้ออาหารสดที่ตลาด จากนั้นก็เอากลับมาล้าง แล้วปรุงออกมาวางบนแผง เพื่อให้คนงานได้กินข้าวอิ่มๆตั้งแต่เช้า ไม่ว่าจะฝนตกพายุเข้า อาม่าก็ไม่เคยหยุด

        ไม่นานเรื่องราวความใจดีของอาม่าก็แพร่ขยายไปทั่ว ไม่เพียงแค่คนงานที่ท่าเรือมากินข้าวเท่านั้น คนจน คนข้างถนนแถวนั้นก็มากินด้วย อาหารฟรีๆ มีคนมากินวันละกว่า 200 คน ยิ่งเป็นเหตุผลให้อาม่ารู้สึกว่าสิ่งที่แกทำสามารถช่วยเหลือผู้คนได้มากมาย แกก็ยิ่งมีแรงใจที่จะทำต่อไป21471501149480

        แต่การทำอาหารให้คนจำนวนมากกินทุกวันใช้เงินไม่น้อย แกต้องควักเนื้อตัวเองมาโดยตลอด เพื่อจะหาเงินมาซื้อกับข้าว แผงข้าวจะได้อยู่ได้ต่อไป แกก็เลยเริ่มเก็บเงินจากจานละ 3 บาท 5 บาท และขายราคานี้มาเป็น 10 ปีแล้ว

        10 ปีต่อมาถึงได้ขึ้นราคาเป็น 10 บาท แต่ 10 บาทก็แค่เหรียญอันเดียวเอง แต่เวลาเจอคนลำบากมาที่แผง แม้แต่บาทเดียวแกก็ไม่เก็บ แกจะโบกมือแล้วว่า : ฟรีจ้า! ถ้าข้าวไม่พอมาเติมได้นะ

        ผู้คนมากมายต่างก็ทราบซึ้งในน้ำใจของอาม่า แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังของการช่วยเหลือผู้คนมากมายนี้ กลับทำให้แกแทบหมดเนื้อหมดตัว!730801501149626

        ใครๆ ก็รู้ว่าซื้อกับข้าวทำกับข้าวล้วนต้องใช้เงิน แต่ค่าอาหารแค่จานละ 10 บาทจะไปช่วยอะไรอาม่าได้ แค่ค่าผักก็ไม่พอแล้ว! แต่อาม่าก็ยังหาทางออกด้วยตัวแกเอง เช่น หลังจากเก็บแผงข้าวแกงแล้วก็ไปเก็บขยะขาย หรือเอาเงินที่ลูกๆให้ไว้เพื่อใช้จ่ายมาใส่ตรงนี้ หลังจากนั้นแกถึงกับต้องขายบ้านไป 7 หลัง แล้วยังเป็นหนี้นอกระบบอีก 2.5 ล้าน เนื่องจากหลายสิบปีมานี้แกไม่ได้แค่ทำอาหาร คนงานที่ท่าเรือไม่มีเงินแต่งงาน แกก็จะออกเงินจัดงานแต่งงานให้เอง จนดูเหมือนแกจะคิดว่าคนงานทุกคนเป็นญาติแก1308341501149628

        ลูกๆ และเพื่อนบ้านไม่เข้าใจในสิ่งที่แกทำ ฉันว่าคนธรรมดาที่ไหนก็คงไม่เข้าใจแกทั้งนั้น การทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทน ทำงานที่ไม่ได้รายได้ใดๆเลย จะทำต่อไปทำไม แถมอาม่าเองก็อายุมากขึ้นทุกวันๆ แต่ใครก็ห้ามแกไม่ได้

        ลองคิดดูในสังคมนี้ มีคนมากมายที่สามารถช่วยเหลือคนยากจนได้ แต่พวกเขายินดีที่จะเอาเงินไปเที่ยวเล่น กินข้าว กินเหล้า มากกว่าจะเอาไปช่วยเหลือคนอื่น แต่อาม่าทำมา 55 ปีแล้ว837161501149629

        แกพูดกับลูกๆบ่อยๆว่า : “การช่วยคนอื่น เป็นตอบแทนบุญคุณของหลายๆชาติที่ผ่านมา”

        ตอนช่วงอายุ 70 สุขภาพแกเริ่มแย่ลง จากที่ทำอาหาร 3 มื้อก็ต้องลดเหลือแค่ 2 มื้อ พอช่วงอายุ 80 อาการแกก็แย่ลงเรื่อยๆ จนต้องนอนบนเตียงไปไหนไม่ได้ จนทำให้ใครๆก็สงสาร แต่แกเองยังเป็นกังวลว่าคนงานจะไม่มีข้าวกิน1533021501149631

        พออาการดีขึ้นมาหน่อย แกก็รีบไปทำอาหารขายเหมือนเดิม ลูกหลานจะห้ามยังไงก็ไม่ฟัง ก็เลยต้องประนีประนอม ให้เหลือแค่วันละมื้อ

880981501149675

        แต่ไม่นานอาม่าก็เกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตก ต้องนอนอยู่แต่บนเตียง และครั้งนี้อาการไม่ยอมกลับมาดีขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นคนดี มีน้ำใจแค่ไหนก็เอาชนะโรคภัยไม่ได้ หลังจากนั้น 5 ปีแกก็เสียชีวิต

        หลังจากนั้นก็ไม่มีแผงข้าวแกงเพื่อคนจนอีกต่อไป ไม่มีอีกแล้ว…

advertisement
 

602391501149649

        แกจากไปในวัย 96 ปี ในงานศพแก มีคนมาร่วมงานมากกว่า 2,000 คน พวงหรีดวางยาวเรียงต่อกันเป็นหลายร้อยเมตร

        นายเฉินจิ้นจางอดีตคนงานที่ท่าเรือวัย 79 ถึงกับร้องไห้เหมือนเด็กๆ “ไม่มีวันได้กินอาหารฝีมืออาม่าอีกแล้ว”

1326381501149633

        ทั้งคนงานท่าเรือในอดีตและปัจจุบันมากมายมางานศพอาม่า พวกเขาระลึกถึงบุญคุณ ตอนที่ทุกคนกำลังลำบากก็ได้ข้าวของอาม่าช่วยเหลือไว้ ทุกคนร้องไห้น้ำตาไหลพราก

624061501149632

        แต่ที่ทำให้ผู้คนมีความสุขก็คือ หลังจากครบรอบ 1 ปีวันเสียชีวิตของอาม่า ลูกๆของแกก็จัดตั้งมูลนิธิจวงจูอวี้ เพื่อทำตามปณิธานของแม่ต่อไป1485361501149679

        พวกเราอาจจะไม่มีความสามารถพอจะเปลี่ยนโลก แต่ในโลกใบนี้ ข้าวร้อนๆสักจานก็สามารถให้ความอบอุ่นกับหัวใจได้ การทำความดีเพียงหนึ่งครั้ง ก็ถือเป็นพลังบวกที่ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้ดีงามขึ้น เรามาช่วยกันทำให้โลกใบนี้น่าอยู่และสวยงามขึ้นกันเถอะ

ขอขอบคุณที่มาจาก : LIEKR

 
Advertisement
loading...
0
0
0