เด็ก ป.1 ขี้โม้ว่า “พ่อเปิดบริษัทใหญ่ ขับเบนซ์คันหรู” เมื่อถึงวันประชุมผู้ปกครอง พ่อกลับทำแบบนี้ ไม่คาดคิดมาก่อน…

   
advertisement
1

            สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ามีเด็กชายชั้นป.1 คนหนึ่งอวดว่าพ่อเป็นเจ้าของกิจการ ขับรถเบนซ์ นึกไม่ถึงว่าเมื่อถึงวันประชุมผู้ปกครอง พ่อที่ทำงานส่งถังแก๊สของเด็กคนนั้นก็รับมาปากทันที ทำให้เพื่อนของเขาตั้งความหวังอยากจะเห็นพ่อของเขา แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็บังเกิด พ่อใช้วิธีนี้ทำให้ลูกชายของเขาได้หน้ามาก

            เด็กชายวัย 7 ขวบ กำลังเรีนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นการเปิดเรียนและเริ่มทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่อยู่นั้น เพราะความอยากได้หน้าและเป็นที่ยอมรับ จึงโกโหเพื่อนว่า พ่อเป็นเจ้าของกิจการ ขับรถเบนซ์ ที่แท้แล้วพ่อของเขาไม่ได้ร่ำรวยอย่างที่เด็กคนนี้พูดหรอก พ่อของเขาทำงานหนักเหงื่อท่วมตัวแบกถังแก๊ส

            เมื่อทางโรงเรียนโทรไปแจ้งให้พ่อของเด็กชายว่าอาทิตย์หน้าจะมีการประชุมผู้ปกครอง ความลับนี้ต้องแตกแน่ๆ คุณพ่อคนนี้จะทำอย่างไร? การโกหกพูดเท็จเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่เมื่อลูกชายตนเองพูดโม้โกหกคนทั้งห้องแบบนี้ ความจริงยังไงก็คือความจริง ช้าเร็วยังไงก็ต้องรู้ความจริงเข้าสักวัน แค่คุณพ่อที่เต็มไปด้วยรักคนนี้หาทางออกด้วยวิธีนี้

            เรื่องราวนี้ได้ถูกโพสต์ลงบนโซเชี่ยลของต่างประเทศ โดยผู้ตั้งโพสต์ก็คือเด็กชายคนนี้เอง เด็กชายคนนี้บอกว่าตนเองโชคดีมากที่เกิดในครอบครัวที่มีอันจะกิน  ที่ต้องพูดแบบนี้เพื่ออยากให้เป็นที่ยอมรับของสังคมและเพื่อนๆ  เมื่อครั้งหนึ่งคุณครูให้นักเรียนเขียนอาชีพของพ่อแม่ มีบางคนบอกว่าพ่อแม่ทำงานเป็นคุณครู และบางคนบอกว่าพ่อแม่ทำงานธนาคาร และอื่นๆอีกมากมาย  สุดท้ายเพื่อนๆถามเขาว่าพ่อของเด็กชายคนนี้ทำอะไร?  ทำให้เด็กชายคนนี้ไม่กล้าที่จะบอกว่าพ่อของตนเองทำงานแบกส่งถังแก๊ส จึงบอกไปว่า พ่อเป็นเจ้าของกิจการ ขับรถเบนซ์

advertisement
 

1

            เด็กชายคนนี้รู้สึกหวาดระแวงมาก ที่โกหกออกไปแบบนี้  แต่เพื่อนๆของเขากลับรู้สึกประหลาดใจและพากันอิจฉาเขามาก ทำให้เพื่อนๆของเขาอยากที่จะเจอพ่อของเขาและรอวันที่ประชุมผู้ปกครองมาก  

            เมื่อกลับถึงบ้านเด็กชายก็ได้นำเรื่องเหล่านี้บอกกับพ่อ แต่พ่อของเขาหัวเราะไม่ได้ด่าเขา แต่พูดว่า "แต่อย่างไรก็ตาม พ่อก็ต้องไปประชุมอยู่ดีนะ เพราะพ่อไม่อยากไปทำงาน อยากขอลาหยุด 1 วัน"

            วันประชุมผู้ปกครองก็มาถึง วันนั้นเด็กชายคนนี้นั่งอยู่ในห้องด้วยสมองที่ว่างเปล่า นั่งรอพ่อมาประชุม เพราะเมื่อพ่อมาถึงทุกคนก็จะรู้ว่า เรื่องที่ตนเองพูดนั้นไม่เป็นความจริง

            นึกไม่ถึงว่าเมื่อพ่อของเด็กชายคนนี้มาถึง เขาใส่ เสื้อโปโลที่พอดีตัว เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดๆทั่วตัว หน้าตาหมดจน (โกนหนวดก่อนมาโรงเรียน) ผมหวีและจัดทรงอย่างเรียบร้อยด้วยเจลทาผม และใส่รองเท้าหนัง

2

            แวบแรกที่เห็นพ่อตนเองเดินมาก็รู้สึกทั้งตกใจเล็กน้อยปนดีใจ แต่ในใจก็ยังกลัวๆ ว่าเพื่อนจะถามเรื่องรถเบนซ์ แล้วความลับจะแตก หลังเลิกเรียนพ่อก็จูงมือของเด็กชาย เมื่อเดินไปถึงหน้าโรงเรียนก็เห็นพ่อเอากุญแจรถออกมาและไขประตูรถเบนซ์สีดำที่ทั้งใหม่และใหญ่  เด็กชายแถบไม่เชื่อสายตาตนเอง นี่คือฝันหรือเปล่าเนี้ย?

            พ่อไม่ได้ขับรถกลับบ้าน แต่มาจอดที่ทำงานของพ่อ นั้นคือบริษัทส่งแก๊ส เจ้าของร้านส่งแก๊สยืนยิ้มอยู่หน้าร้าน "พ่อของเธอเนี้ยห่วงหน้าห่วงตาตนเองมากนะ แย่หน่อยนะ"...พ่อจึงตอบไปว่า "ใช่แล้ว ต้องขออภัยด้วย ที่ยืมรถนะนาย".. แต่เจ้านายของพ่อก็ได้แต่หัวเราะแล้วพูดว่า "ลองยกถังแก๊สถังที่เล็กที่สุดดูสิ"..."เมื่อผมไปยกดู ก็ยกไม่ขึ้นเพราะหนักมาก" เจ้านายจึงพูดว่า "ไม่มีแรงเลย รู้ไหมพ่อของเธอยกมือเดียวก็ขึ้นแล้ว"

            และยังพูดต่อว่า "เพราะฉะนั้นเด็กน้อยต้องตั้งใจเรียน โตมาจะได้ไปทำงานบริษัทใหญ่ๆ ไม่ต้องเรียนแบบพ่อนะ ที่ต้องทำงานหนักและเหนื่อยมากขนาดนี้ มีโอกาสเรียนก็ต้องตั้งใจเรียน"

            เมื่อเด็กชายคนนี้โตขึ้นได้ทำงานในบริษัท  สังเกตเห็นหน้าร้านส่งแก๊สมากมายปิดป้ายประกาศหาคนงานส่งแก๊ส ทำให้นึกถึงพ่อที่เมื่อก่อนเคยทำงานส่งแก๊ส พ่อบอกว่า "พ่อชอบวันที่ฝนตกมากที่สุด เพราะคนสั่งแก๊สมีน้อย ถ้าพ่อต้องไปส่งก็จะได้โบนัสเพิ่ม" ทำให้ชายคนนี้คิดได้ว่าพ่อต้องทำงานหนักเพื่อครอบครัว ทำไมต้องไปแคร์สายตาเพื่อนๆด้วย เขาเสียใจมากที่โกหกแบบนั้นไป  ทำให้มีชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความคิดเห็นว่า พ่อแม่ของตนเองก็ไม่ได้ทำงานหรูอะไรมากมาย แต่ครอบครัวก็ผ่านมาได้ด้วยดี

advertisement
 

3

            ชายคนนี้คิดแล้วคิดอีกว่า ทำไมตอนนั้นพ่อไม่ได้ด่าว่าอะไรตนเอง อาจเป็นเพราะยังเด็กพูดไปก็ไม่เข้าใจ พ่อต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานหนักเพื่อครอบครัว เมื่อนึกถึงอดีตพ่อต้องขายรถมอเตอร์ไซค์ คาวาซากิ คันใหญ่ที่พ่อรักไป เพื่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว พ่อเป็นผู้ยิ่งใหญ่มาก ทำไมต้องคิดว่างานที่พ่อทำนั้นขายหน้าด้วย การที่พ่อเป็นเสาหลักของครอบครัวได้นั้นถึงเรียนกว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ยามฝนตก มีพายุ พ่อก็ต้องทำงานท่ามกลางอันตราย อาชีพแต่ละอาชีพล้วนมีความสำคัญที่แตกต่างกันออกไป สำคัญที่ว่าอาชีพนั้นไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่มันเป็นอาชีพสุจริต แลกมาด้วยเหงื่อและแรงกายแรงใจ

            พ่อทำงานเป็นพนักงานส่งแก๊ส และเพราะอาชีพนี้ ทำให้ผมมีโอกาสได้เรียน มีกินมีใช้ แต่ที่น่านับถือคือ คนที่ใช้สองมือทำงานแล้วสามารถประคองครอบครัวมาได้ไม่ใช้เรื่องง่ายๆเลย 

            เพราะอาชีพพ่อในวันนั้นทำให้ผมมีวันนี้ วันที่เรียนจบมหาวิทยาลัยชื่อดัง และมีการงานที่ดีขนาดนี้ได้ รักพ่อมากครับ

ขอขอบคุณที่มาจาก : LIEKR

 
Advertisement
loading...
0
0
0