ไขข้อสงสัย? ทำไม ‘เส้นเลือดในสมองแตก’ ถึงมักเกิดในเวลาอาบน้ำ ก็เพราะสาเหตุอาบน้ำที่ผิดวิธีแบบนี้เอง รีบอ่านเลย!!

   
advertisement
1

       การอาบนับว่าเป็นกิจวัตรประจำวันที่เราๆ ทุกท่านได้ทำมาทุกตั้งแต่เด็กจนเล็กอยู่แล้ว และหลายๆ คนนั้นให้กาอาบน้ำนั้นเป็นผ่อนคลายความเหนื่อยเมื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน และเชื่อหรือไม่ว่าการอาบน้ำนั้นยังมีอันตรายที่แฝงอยู่ นั้นก็คือเป็นการกระตุ้นเลือดภายในร่างกายให้ไหลเวียนได้ดีขึ้นด้วย ที่สำคัญยังมีผลต่อการเกิดโรคเส้นเลือดในสมองแตกอีกด้วย

       เคยสงสัยหรือไม่ว่า “ทำไมคนที่เส้นเลือดในสมองแตกถึงมักเกิดในห้องน้ำหรือเวลาอาบน้ำ” ก็เพราะ…บางคนเข้าห้องอาบน้ำปุ๊ป ก็เปิดน้ำสระที่หัวหรือผมก่อนเลย ทำให้ร่างกายต้องปรับอุณหภูมิเร็วมาก เลือดจะขึ้นไปที่สมองอย่างเร็ว ทำให้เส้นเลือดแตกได้ และผลก็คือเส้นเลือดในสมองแตกและลื่นหกล้มนั่นเอง

1 (5)

ดังนั้น วิธีอาบน้ำที่ถูกต้อง ก็คือ

        1. อาบน้ำโดยล้างจากเท้าขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงหัวเป็นส่วนสุดท้าย เพราะหัวใจหลักอยู่ที่ “อุณหภูมิ” ของน้ำที่จะเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของต่อมต่างๆ ในร่างกาย ทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิต ระบบการหายใจทำงานได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ และร่างกายปรับตัวได้ทัน

        น้ำอุ่น หรือน้ำที่มีอุณภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27-34 องศาเซลเซียส หรือไม่ควรอุ่นเกินอุณหภูมิของร่างกาย 2 องศา จะทำให้ร่างกายสะอาดมากที่สุด เพราะความอุ่นของน้ำจะเข้าไปเปิด รูขุมขนทำให้ผิวหายใจได้มากขึ้น ขับของเสียที่คั่งค้างอยู่ตามผิวได้มากขึ้น และยิ่งถ้าได้อาบน้ำอุ่นก่อนนอนก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพ เพราะจะทำให้นอนหลับสบายได้ดียิ่งขึ้น

1 (2)

        น้ำร้อนนั้น หรือน้ำที่มีอุณหภูมิประมาณ 38-40 องศาเซลเซียส ไม่ควรอาบบ่อย และควรควบคุมไม่ให้อยู่นานเกิน 10-15 นาที เพื่อป้องกันผิวแห้งจากการสูญเสียน้ำมันบนผิวหนัง ยังทำให้หัวใจต้องทำงานมากขึ้นในการขยายเส้นเลือดเพื่อจะช่วยให้ร่างกายเย็นลง 

advertisement
 

        น้ำเย็น อุณหภูมิของน้ำที่ 21-27 องศาเซลเซียส จะทำให้ผิวเย็นสบาย สดชื่น เต่งตึงลดอาการอ่อนเพลีย ปลุกเร้าประสาทสัมผัส ทำให้กล้ามเนื้อสดชื่น และยังเป็นผลดีต่อระบบการหายใจ หลังอาบน้ำใช้ฝ่ามือตบเบาๆ ให้ทั้งตัว เพื่อกระตุ้นเซลล์ผิวและยังเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้อีกด้วย

Vector Illustration Ofbrain Stroke. Cerebral Infarction

        2. การอาบน้ำแบบแช่ในอ่างอาบน้ำ สามารถเติมน้ำมันหอมระเหยลงไปเพื่อช่วยในการผ่อนคลาย และควรผสมเกลือลงไปในน้ำด้วยเพื่อกระตุ้นระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ทำงานดีขึ้น หลังจากแช่ตัวแล้วควรล้างตัวอีกครั้งด้วยน้ำเย็น หากใช้ฝักบัวก็ควรจะเปิดน้ำให้แรงและฉีดวนลงบนผิวไล่จากเท้าขึ้นมาหน้าท้อง มือ แขน จนมาถึงหัวใจ น้ำเย็นจะช่วยกระชับรูขุมขน เร่งให้เกิดการไหลเวียนของโลหิตได้ดียิ่งขึ้น และยังสามารถลดเซลลูไลต์และชะล้างพิษบนผิวออกได้อีกด้วย

        3. ใช้ฝ่ามือหรือผ้าหยาบ ใยบวบ ฯลฯ ถูให้ทั่วตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า เริ่มจากเบาๆ และค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักแรงขึ้นไปเรื่อยๆ

1 (4)

        4. เวลาที่เหมาะสมสำหรับการอาบน้ำ คือ ก่อนรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง แต่ถ้าจะอาบหลังมื้ออาหารก็ควรจะเว้นระยะสัก 2-3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการจุกเสียดที่อาจเกิดขึ้นได้ การอาบน้ำไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด หากคุณอาบน้ำผิดวิธี โอกาสที่จะเกิดเรื่องแย่ๆก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพราะฉะนั้นจงระวังตัวเองให้ดี 

advertisement
 

1 (1)

เรียบเรียงเนื้อหาโดย : thaihitz.com

 
Advertisement
loading...
0
0
0