ไม่ทานอาหารเช้า!! อันตรายมากกว่าที่คุณคิด และส่งผลให้ ตับ ไต สมอง เสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ!!

   
advertisement
1

        อาหารเช้ามื้อสำคัญที่สุดของวันกลับเป็นมื้ออาหารที่คนละเลยมากที่สุด ไม่ว่าจะตื่นสายบ้างล่ะ ต้องรีบไปโรงเรียน ไปทำงานบ้างล่ะ เลยพลาดเติมพลังรับวันใหม่ไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่อาหารเช้าให้ประโยชน์กับร่างกายมากจริง ๆ  ว่าแต่…คุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่พลาดอาหารเช้าด้วยใช่ไหมเอ่ย…ถ้าตอบว่า “ใช่” ลองมาดูข้อมูลจากกรมอนามัยกันก่อนเลยว่า คนที่ไม่ทานอาหารเช้าเป็นประจำ มีความเสี่ยงที่จะเผชิญปัญหาสุขภาพขนาดไหน

        เด็กที่อดอาหารเช้าเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายไม่แข็งแรง การเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์

        เด็กวัยเรียนจะขาดสมาธิง่าย ส่งผลต่อสติปัญญา การเรียน เพราะอาหารเช้าจะช่วยเติมพลังสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำ การเรียนรู้ ความกระตือรือร้น ทำให้การทำกิจกรรมในแต่ละวันมีประสิทธิภาพมากขึ้น

        คนไม่ทานอาหารเช้ามีแนวโน้มเป็นโรคอ้วนมากกว่าคนทานอาหารเช้าเป็นประจำ เพราะการไม่ทานอาหารเช้าจะทำให้ระบบ เผาผลาญเริ่มต้นช้าลง ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง ร่างกายจึงรู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลา เมื่อเป็นแบบนี้เราก็ยิ่งทานมากขึ้นในมื้อต่อไป

อาหารเช้า (2)

        เสี่ยงโรคเส้นเลือดสมองและโรคหัวใจ เพราะในตอนเช้าเลือดมีความเข้มข้นสูง ทำให้เส้นเลือดที่ส่งไปเลี้ยงสมองหรือหัวใจอุดตันได้ แต่ถ้าเราทานอาหารเช้าจะช่วยเจือจางระดับความเข้มข้นในเลือดได้

        คนที่รับประทานอาหารเช้าจะมีภาวะผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน หรือที่เรียกว่า “ภาวะดื้อต่ออินซูลิน” ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานลดลงถึงร้อยละ 35-50 แต่ถ้าใครไม่ชอบทานอาหารเช้าก็เท่ากับว่า คุณเสี่ยงต่อการเป็น “โรคเบาหวาน” เพิ่มขึ้น

        มีโอกาสเป็นโรคนิ่ว ฟังดูไม่น่าเกี่ยวกัน แต่มีความสัมพันธ์กันจริง ๆ เพราะการไม่ทานอาหารนานกว่า 14 ชั่วโมง จะทำให้คอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีจับตัวกันนานเกินไป ยิ่งนานเข้าสิ่งที่จับตัวกันนั้นจะกลายเป็นก้อนนิ่ว แต่ถ้าเรากินอาหารเช้าเข้าไป อาหารเช้าจะไปกระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำดีออกมาละลายคอเลสเตอรอลที่จับตัวกันได้ด้วย 

advertisement
 

อาหารเช้า (1)

        เห็นไหมล่ะว่าคนที่ไม่ชอบทานอาหารเช้าเสี่ยงต่อสารพัดอาการเลยเชียว คงต้องรีบปรับพฤติกรรมกันใหม่แล้วล่ะ ตื่นนอนให้เช้าขึ้นสักนิด จะได้มีเวลานั่งทานอาหารเช้าแบบชิล ๆ และจริง ๆ เราไม่จำเป็นต้องทานมื้อใหญ่ก็ได้ เลือกทานอาหารง่าย ๆ แค่ข้าวต้ม, โจ๊ก+ขนมปัง 1 คู่, ข้าวไข่เจียว, แซนวิชชนิดต่าง ๆ หรือจะทานซีเรียลใส่นมเติมจมูกข้าวกับกล้วยน้ำว้า 1 ผล เลือกทานอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ช่วยเติมพลังให้ร่างกายแถมยังลดสารพัดโรคร้ายได้แล้ว

        ช่วงเวลา 07.00-09.00 น. คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการรับประทานอาหารเช้า เพราะเป็นช่วงการทำงานของกระเพาะอาหารและเป็นช่วงที่สมองต้องการเลือดและ ออกซิเจนเป็นอาหารบำรุง ซึ่งหากไม่รับประทานอาหารเช้าร่างกายจะไปดึงสารอาหารสำคัญจากที่ต่างๆในร่าง กาย เช่น จากเม็ดเลือดและกระดูก เพื่อที่จะนำสารอาหารไปเลี้ยงสมองแทน จึงอาจก่อให้เกิดโรคต่างๆได้เช่นโลหิตจางและโรคกระดูกบาง

อาหารเช้า (3)

        นอกจากนี้การไม่รับประทานอาหารเช้าอาจส่งผลให้เกิดผมร่วง หน้าแก่เร็ว คออักเสบง่ายรวมถึงนอนไม่หลับ และยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคความจำเสื่อม หรือ โรคอัลไซเมอร์ อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดความเครียด ซึ่งเป็นตัวการกระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็ง

        มีผลการวิจัยจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจในอเมริกา (american heart association) การรับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคเส้นเลือดสมอง โรคหัวใจ ร่วมถึงลดอาการอ่อนเพลีย* ถ้าหากรับประทานอาหารเช้าที่มีใยอาหารสูง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของผู้ป่วยเบาหวาน และช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ด้วย

อาหารเช้า (4)

หากไม่รับประทานอาหารเช้าจะไม่ดีอย่างไร

        การรับประทานอาหารเช้านั้น เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ของคุณ ซึ่งจากผลการศึกษาเมื่อเร็วๆนี้พบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำทุกวันนั้น จะมีทัศนคติที่ดี, รูปร่างที่ดี และอาหารเช้ายังช่วยให้เรามีสมาธิในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น การรับประทานอาหารเช้า โดยเฉพาะอาหารที่มีเส็นใยสูงนั้นถือเป็นกลยุทธ์ที่ดีในการลดระดับความรู้สึกหิวของร่างกาย ซึ่งช่วยควบคุมและลดความรู้สึกหิวอย่างหน้ามืดตาลายของเราในช่วงเวลาก่อนเที่ยง และระหว่างมื้อกลางวันได้

        การเลือกที่จะเริ่มต้นวันใหม่ของเราด้วยการรับประทานอาหารเช้านั้น ยังสามารถสร้างความมั่นใจได้ว่า เราจะสามารถบริโภคอาหารมีสารอาหารทางโภชนาการที่สำคัญได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย แต่โดยทั่วไปแล้ว

        คุณควรเริ่มต้นวันใหม่ของคุณด้วยการรับประทานอาหารเช้า ซึ่งควรปฏิบัติให้เป็นกิจวัตรประจำวันของคุณ เพื่อที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าการรับประทานอาหารเช้านั้น สามารถช่วยให้คุณเริ่มต้นวันใหม่ของคุณได้อย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นจริงๆ 

advertisement
 

ข้อดีของการทานอาหารเช้า

จากผลการวิจัยหลายเรื่องทำให้กล่าวได้ว่า การกินอาหารเช้า ที่มีคุณค่ามีความสำคัญ นั่นคือ

        1. คนที่กินอาหารเช้ามีพลังงานในการทำงานได้นานกว่า และมีความอ่อนล้าในช่วงกลางวันน้อยกว่าคนที่เริ่มอาหารเช้า ด้วยกาแฟเพียงแก้วเดียว

        2. การกินอาหารเช้าทำให้ช่วยลดปริมาณการกินอาหารว่าง

        3. ถ้าเราปล่อยให้ร่างกายคอยนานเกินไปกว่าจะได้รับอาหารมื้อแรกของวัน ระบบการย่อยอาหารก็จะเฉื่อยชาในการทำงาน ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า คนที่ไม่กินอาหารเช้ามีอัตราการเผาผลาญอาหารต่ำกว่า คนที่กินอาหารเช้าเป็นประจำ

        4. อาหารเช้าเป็นอาหารสมอง เด็กที่กินอาหารเช้ามีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่า ให้ความร่วมมือดีกว่า และมีสมาธิในการเรียนดีกว่าเด็กที่ไม่ได้กินอาหารเช้า

        ปัญหาที่สำคัญของคนไม่กินอาหารเช้าส่วนใหญ่คือไม่มีเวลา นั่นเป็นเพียงข้อแก้ตัวเท่านั้น หากคุณตั้งใจที่จะกินอาหารเช้า คุณก็ทำได้ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที อาหารเช้าควรจะเป็นอาหารหลายอย่างและ อาหารที่มีเส็นใยสูงไม่ควรเป็นพวกแป้งเพียงอย่างเดียว

        คุณควรให้ความสำคัญกับอาหารเช้าของตนเองเหมือนกับการอาบน้ำแต่งตัว จัดสรรเวลาส่วนหนึ่งให้กับอาหารเช้า เพื่อให้คุณและสมาชิกในครอบครัว มีพลังงานการทำงานและอารมณ์สดใสตลอดวัน

ข้อเสียของการไม่ทานอาหารเช้า

        1. รู้สึกหงุดหงิดอารมณ์เสียง่าย ยิ่งสายใกล้เที่ยงจะเกิดอาการโมโหหิวได้ง่าย

        2. ต้นเหตุของโรคอ้ววน เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด อัลไซเมอร์

อาหารเช้าสำคัญที่สุด ในการป้องกันโรคอ้วนและเบาหวาน

        ใครที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ ขอให้สบายใจได้ว่าเป็นมื้อที่มีประโยชน์ ป้องกันโรคอ้วน เบาหวาน และโรคหัวใจได้ดีที่สุด จากการประชุม ประจำปีของสมาคมแพทย์โรคหัวใจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
มีการเสนอผลการวิจัยชื่อว่า CARDIA Study พบว่า อัตราการเกิดโรคที่เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินสุลินทำให้อ้วน และโรคเบาหวาน มีอัตราลดลงในผู้ที่รับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอถึง 35-50 % เทียบกับผู้ที่ไม่รับประทาน คณะผู้วิจัย เชื่อว่าอาหารเช้าเป็นอาหารมื้อที่สำคัญที่สุด ในการป้องกันเบาหวาน และโรคที่เกี่ยวกับเส้นเลือดหัวใจ Dr. Mark A. Pereira กล่าว
” การรับประทานอาหารเช้า จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมความหิวในมื้อถัดไปได้ดีขึ้น ”

        ภาวะดื้อต่ออินสุลิน คือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถเอาน้ำตาลไปใช้ได้เนื่องจากเนื้อเยื่อต่าง ๆ ไม่ค่อยตอบสนองต่อฮอร์โมนอินสุลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินสุลินได้แก่ ไขมันสูง ความอ้วน ความดันโลหิตสูง คนไข้เหล่านี้มักอ้วน และมีไขมันในเลือดสูง และมีอัตราเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดสมองและหัวใจ ผลการทดลองนี้ยืนยันในกลุ่มคนผิวขาวทั้งชายและหญิง และชายผิวดำ (ในหญิงผิวดำ ไม่สามารถป้องกันได้ เหตุผล ไม่ทราบ ต้องทดลองต่อไป) ในชาวเอเชีย คงต้องมีการวิจัยยืนยันกันอีกทีเพราะลักษณะการกินอาหารต่างออกไปจากคนผิวขาว

        3. ไม่ควรขาดอาหารเช้าเพราะจะทำให้เรียนเรียนรู้เรื่องใหม่ได้ช้า ไม่มีสมาธิ

         อาหารเช้ามื้อสำคัญที่สุดของวันกลับเป็นมื้ออาหารที่คนละเลยมากที่สุด ไม่ว่าจะตื่นสายบ้างล่ะ ต้องรีบไปโรงเรียน ไปทำงานบ้างล่ะ เลยพลาดเติมพลังรับวันใหม่ไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่อาหารเช้าให้ประโยชน์กับร่างกายมากจริง ๆ ว่าแต่...คุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่พลาดอาหารเช้าด้วยใช่ไหมเอ่ย...ถ้าตอบว่า "ใช่" ลองมาดูข้อมูลจากกรมอนามัยกันก่อนเลยว่า คนที่ไม่ทานอาหารเช้าเป็นประจำ มีความเสี่ยงที่จะเผชิญปัญหาสุขภาพขนาดไหน

เรียบเรียงเนื้อหาโดย : thaihitz.com ขอขอบคุณที่มาจาก : Dr.Nucharin sipipong

 
Advertisement
loading...
0
0
0