ผู้ปกครองร้อง รร.สารสาสน์ฯ แจ้งจับผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

   
advertisement
advertisement

        จากกรณี ผู้ปกครองรายหนึ่งร้องผ่าน ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ได้รับหนังสือจากโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์เชิญให้ลูกออกจากโรงเรียนภายใน 90 วัน เหตุเพราะทำเพจเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์โรงเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ อีกทั้งถูกแจ้งจับในข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  โดนพาไปถึง จ.สุราษฎร์ธานี พบมีหมายจับจากอีก 2 จังหวัด ทั้งสุโขทัย และเชียงใหม่

       ล่าสุด (19 มีนาคม 2564) ในรายการถามสุดซอย ได้สัมภาษณ์ นายสันติ ขันธพิริยะอนันต์ แอดมินเพจสมาคมผู้ปกครองออนไลน์ เกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้น 

       สันติ เผยว่า หลังมีข่าวครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กนักเรียนในโรงเรียน มีครูจุ๋มและครูอีกหลาย ๆ ท่าน เป็นสิบ เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ทำยังไงปัญหาถึงจะได้ถูกแก้ไข ผมก็เลยทำกลุ่มบนเฟซบุ๊กขึ้นมาเพื่อรวบรวมปัญหาว่าผู้ปกครองคนไหนเคยเจอปัญหาลักษณะไหน เพื่อนำปัญหาไปเสนอให้โรงเรียน ว่าโรงเรียนเห็นมั้ยว่ามีปัญหา 1 2 3 4 เพื่อเสนอให้โรงเรียนปรับปรุงแก้ไข 

        ปัญหาที่นำไปสู่การฟ้องร้อง มาจากโพสต์อะไร นายสันติ เผยว่าล่าสุดที่โดนหมายจับจังหวัดสุราษฎร์ฯ คือทางโรงเรียนไปแจ้งว่าผมทำผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งเอกสารตัวนั้นเป็นเอกสารชี้แจงของโรงเรียน เกี่ยวกับกรณีชดเชยให้เด็กที่อยู่ในคลาสเดียวกับที่เด็กโดนทำร้าย เป็นการชดเชยค่าเทอมให้ 1 ปี เป็นหนังสือจากทางโรงเรียน เอกสารตัวนั้นผมได้จากสื่อทั่วไป และเอาไปแป๊ะในกรุ๊ปที่ผมทำ เหมือนเอาข่าวมาแชร์ต่อกัน เราก็ประกาศว่าลองดูนะ สิ่งที่โรงเรียนประกาศจะชดใช้ ผู้ปกครองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตรงนี้ได้แบบนั้นจริงหรือเปล่า และในนั้นมีลิงก์ข่าวจากสื่อต้นทางที่เขาอธิบายชัดเจนว่าเป็นเลข 1 ข้อความที่เป็นประเด็นคือโรงเรียนจะชดใช้ค่าเล่าเรียนเป็นเวลา 1 ปี แต่เอกสารที่ผมนำมาโพสต์ เนื่องจากความไม่ชัดของเอกสาร โรงเรียนมองว่าเป็น 3 ปี แค่นี้เลย ซึ่งเป็นเลขไทย และค่าเสียหายรวมที่โรงเรียนแจ้งว่าชดเชยค่าเสียหายไปแล้ว 11 ล้าน ถ้ามองว่าเป็นเลข 3 ก็ต้องเป็น 33 แต่มามองตรงนี้ ว่าผมนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ผมเอามาเพื่อให้ผู้ปกครองทราบว่าโรงเรียนชี้แจงแบบนี้ ถูกต้องหรือเปล่า

advertisement
 

      โดยทางโรงเรียนไม่ได้ ติดต่อมาเลย ผมได้รับโทรศัพท์จากเจ้าของคดีที่ สภ.ชัยพฤกษ์ ประมาณกลาง ๆ เดือน ก.พ. ว่ามีคนมาแจ้งความเรื่องนี้ ให้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา จะได้ไม่ต้องออกหมายเรียก ผมก็ยินดี หลังจากนัดเวลาเรียบร้อย ผมก็เดินทางไป สภอ. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอน มีการนัดกันว่า 10 มี.ค. สารวัตรจะนำตัวผมส่งอัยการ เพื่อไปสู่ขั้นตอนต่อไป นัดกันเรียบร้อย

       นอกจากหมายจับที่สุราษฎร์ฯ ยังมีที่โคราช เชียงใหม่ ด้วยนะ ตอนนั้นเราไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน เพราะไม่เชื่อว่าจะมีหมายจับทั่วประเทศขนาดนี้ ในเรื่องเดียวกัน คือ พ.ร.บ.คอมพ์ฯ แต่ตัวเอกสารที่เขาใช้ในการฟ้องเรา เราไม่แน่ใจว่าเป็นเอกสารชิ้นเดียวกันหรือเปล่า หลังจากถูกจับกุมที่ชัยพฤกษ์ ก็ถูกนำตัวเข้าห้องควบคุมเพื่อส่งต่อให้ สภอ.กาญจนดิษฐ์ มารับตัวไป ต้องนอนคุกที่ชัยพฤกษ์ 1 คืน โดยที่เราประกันตัวไม่ได้ เพราะทางชัยพฤกษ์จับตัวเพื่อส่งต่อให้กาญจนดิษฐ์ แล้วคืนนั้น ประมาณ 6 โมงเย็น กาญจนดิษฐ์ก็มารับตัว ไปถึงสุราษฎร์ฯ จน 6 โมงเย็น ถูกส่งตัวไปฝากขังที่ชั้นศาล และทำเรื่องประกันตัวที่ชั้นศาลออกมา 

       ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร เผยว่า ที่เขาแจ้งความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ปลอม หรือบิดเบือน ข้อหานี้มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท การออกหมายจับ ความผิดที่มีอัตราโทษเกินกว่า 3 ปี สามารถออกได้ โดยไม่ต้องมีหมายเรียกก่อน แต่การให้ความเป็นธรรม พนักงานสอบสวนที่เป็นต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรม มันต้องมีข้อท้วงติงจากหลายภาคส่วน ทั้ง ตร. ด้วยกันเอง โดยผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสำนักงานอัยการ หรือทางรัฐสภา บอกเสมอว่าลักษณะแบบนี้ต้องมีการออกหมายเรียกเพื่อให้สิทธิ์ผู้ต้องสงสัยรวบรวมหลักฐานสู้คดี โดยไม่ต้องถูกจับกุมขัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นดุลยพินิจพนักงานสอบสวน แต่ถ้าเป็นพนักงานสอบสวนแถวบ้านผม เขาจะไม่ทำแบบนั้น เท่านั้นเอง การศึกษาเป็นงานบริการสาธารณะอย่างหนึ่ง อยู่ในกฎหมาย การดูแลของภาครัฐ ไม่ใช่คิดจะทำอะไรก็ทำได้ ทีนี้มีทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดเลยนะ คุ้มครองสิทธิของเด็กว่าด้วยการศึกษา เพราะงั้นถ้ามีกฎหมายอื่นมาขัดแย้งย่อมทำไม่ได้ คุณสันติมีสิทธิ์ฟ้องต่อศาลปกครองได้ ให้ศาลชี้ขาดว่าทำได้หรือไม่ได้ 

คลิกเพื่อ >>>ชมคลิป<<<

        เรื่องที่ถ้าจะยาวแล้ว มีหลายประเด็นที่ดูผิดแปลกไป จะเป็นเรื่องของการกลั่นแกล้งทางผู้ปกครองรายนี้หรือเปล่า ต้องติดตามกันต่อไป 

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com ขอขอบคุณข้อมูลจาก NationTV22 

Advertisement
0
0
0