มันคือความฝัน โรงนาโปร่งแสง เลี้ยงวัวอารมณ์ดี ระบายอากาศไม่อับชื้น

   
advertisement
advertisement

         หนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงวัวก็คงจะเป็นคอกวัว โรงเรือนที่สามารถหลบแดดหลบฝนได้ เลี้ยงแบบบ้านๆ ก็จะเป็นคอกวัวเล็ก ใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็จะเป็นโรงเรือนเล็กๆ ตามจำนวนวัวที่เลี้ยง วันนี้เราจะพาไปดูโรงนา โรงเรือนเลี้ยงวัว ทำเกษตรที่ต่างประเทศ เป็นการทำโรงนาโปร่งแสง โดยทางด้านเพจ Urban Creature ได้โพสต์ภาพโรงนาดังกล่าว เป็นยังไงนั้นตามไปดูกันเลยครับ 

       จากโรงนาแออัดสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่จาก ‘La Shed Architecture’ สตูดิโอสถาปัตยกรรมสัญชาติแคนนาดา ที่ผุดแนวคิดการสร้างโรงนาเพื่อการเกษตรขนาดใหญ่ หรือที่คุ้นเคยกันในรูปแบบคอกวัวในประเทศไทย โดยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆ ให้กับโรงนาที่มืด และเฉอะแฉะอยู่ตลอดเวลา เพราะมีผนังที่สูงทึบและแสงแดดเข้าถึงยาก แทนที่ด้วยผนังแผ่นโพลีคาร์บอเนตแบบโปร่งแสง ซึ่งมีคุณสมบัติโปร่งแสงแต่จะไม่ใสเท่ากับกระจก

         ‘โรงนาโปร่งแสง’ ชีวิตดีๆ ที่ลงตัวของน้องวัวและเกษตรกร

         จากโรงนาแออัดสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่จาก ‘La Shed Architecture’ สตูดิโอสถาปัตยกรรมสัญชาติแคนนาดา ที่ผุดแนวคิดการสร้างโรงนาเพื่อการเกษตรขนาดใหญ่ หรือที่คุ้นเคยกันในรูปแบบคอกวัวในประเทศไทย โดยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆ ให้กับโรงนาที่มืด และเฉอะแฉะอยู่ตลอดเวลา เพราะมีผนังที่สูงทึบและแสงแดดเข้าถึงยาก แทนที่ด้วยผนังแผ่นโพลีคาร์บอเนตแบบโปร่งแสง ซึ่งมีคุณสมบัติโปร่งแสงแต่จะไม่ใสเท่ากับกระจก

         สถาปนิกกล่าวว่า “ภาพที่เราจะเห็นตอนกลางวันตัวผนังจะเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาจนรู้สึกเหมือนอยู่กลางแจ้ง ในขณะที่ตอนกลางคืนโรงนาจะสว่างไสวเหมือนโคมไฟ” ซึ่งตัวอาคารโรงนาแห่งนี้ผสมผสานเข้ากับภูมิทัศน์ได้อย่างกลมกลืนเข้ากับพื้นที่และธรรมชาติรอบข้าง

      โดยโครงสร้างผนังของอาคารโรงนาที่โปร่งแสงนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ว่า แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านผนังจะช่วยให้บรรดาน้องวัวมีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งยังมีในส่วนของบานเกล็ดขนาดใหญ่ที่ผนังตามแนวยาวช่วยให้มีการระบายอากาศตามธรรมชาติ และปรับความกว้างของช่องระบายอากาศได้เพื่อให้เข้ากับฤดูกาล เช่น ในฤดูหนาวพื้นที่จะร้อนขึ้นจากความร้อนในร่างกายของวัว ไปจนถึงการปรับพื้นที่ที่เป็นวิถีดั้งเดิมของคอกวัวจากเดิมที่ถูกขังอยู่ในคอกผูกเชือกให้อยู่กับที่ตลอดเวลา รวมถึงการมีช่องขนาดใหญ่และเส้นทางเฉพาะสำหรับการรีดนมวัวด้วย

       จะเห็นได้ว่าโปรเจกต์นี้ออกแบบมาเพื่อให้อิสระกับสัตว์มากขึ้น ลดความเครียดที่เกิดจากสภาพแวดล้อม และการถูกกักขังให้อยู่ที่เดิมตลอดเวลา เรียกว่าสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพวกมัน เพราะเมื่อไหร่ที่สุขภาพจิตของสัตว์ดีก็จะส่งผลถึงสุขภาพกายที่ดี ซึ่งนั่นก็แปลว่าผลผลิตที่ได้ก็จะดีตามไปด้วย

       นอกจากการแก้ปัญหาให้เหล่าน้องวัวแล้ว ตัวเกษตรกรเองก็ได้รับประโยชน์จากการออกแบบนี้เช่นกัน โดยสถาปนิกไม่ลืมที่จะนึกถึงการเข้าถึงแสงสว่าง และพื้นที่กว้างเป็นสำคัญ เพราะหากปัจจัยเหล่านี้ถูกสร้างให้มีประสิทธิภาพแล้ว สำหรับคนทำงานที่ต้องถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่ หรือในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมนานๆ จะทำให้ภาวะจิตใจของคนหดหู่ตามไปด้วย ดังนั้น การสร้างสภาพแวดล้อมที่กว้างขวาง และน่าอยู่จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น ถือเป็นวีถีชีวิตในฝันของเกษตรกรยุคใหม่

           เป็นโรงนา เลี้ยงวัวทำการเกษตร ที่ทันสมัยเป็นอย่างมาก แบบโปร่งแสง อากาศถ่ายเทได้ดี แสงแดดเข้าได้ทำให้โรงเรือนโรงนาไม่ชื้น มูลสัตว์ก็จะไม่เหม็นด้วย ถือว่าเป็นโรงนาในฝันเลย 

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com ขอขอบคุณข้อมูลจาก Urban Creature 

Advertisement
0
0
0