สาวแชร์ประสบการณ์ ลดน้ำหนัก 6 เดือน ลดไป 13 กิโลกรัม ไม่ใช่เรื่องยาก

   
advertisement

          เรื่องน้ำหนักตัวกับผู้ใหญ่เป็นเรื่องใหญ่มากๆ ถ้าหากว่าน้ำหนักขึ้น อ้วนขึ้น จะมีความไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเอง ใส่ตัวนั้นก็ไม่สวยใส่ตัวนี่ก็ไม่สวยไม่หมด ไม่ใช่แค่ผู้หญิงผู้ชายหลายคนก็เป็น ฉะนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับหนุ่มๆ สาวๆ ที่ไม่อยากอ้วน และต้องควบคู่ไปกับการกินที่ถูกวิธีอีกด้วย วันนี้เราจะพาไปดูรีวิวการลดน้ำหนักของสมาชิกพันทิป กินคลีนสไตล์เด็กหอไอเฟล ได้แชร์ประสบการณ์ลดน้ำหนัก 6 เดือนกับ 13 กิโลกรัมที่หายไป ลดน้ำหนักมันไม่ได้ยากอย่างที่คิด จะเป็นยังไง ลดยังไง ตามไปดูกันเลยครับ 

        สวัสดีทุกๆคนวันนี้เราจะมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับการลดน้ำหนักของเราเอง ทางเราไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับ nutrition/workoutแบบ expert เราอาศัยครูพักลักจำ ดูในYouTubeบ้าง เข้าไปอยู่ในเพจเฟสบุ๊คที่รวมตัวกลุ่มของคนรักสุขภาพ,กดไลค์เพจต่างๆเกี่ยวกับสุขภาพและนำมาปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตประจำวันของเรา

         รูปภาพตอนปี 2018 และ ณ ปัจจุบัน เราสูง 163 เซนติเมตร น้ำหนักของเราขึ้นมาอยู่ที่ 61-63 กิโลกรัม จาก 49 กิโลกรัม ภายในระยะเวลา 2 ปีเต็มๆ (จกขท.มาเรียนต่อต่างประเทศนะ ขนมปัง เนย ชีส นม อร่อยล้ำเหลือเกิน) บอกตามตรงว่าตอนนั้นไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรมากนะ (ให้กำลังใจตัวเองทั้งนั้น)

       บวมมากมาย ตอนนั้นน่าจะประมาณ 60 กิโลกรัม พอปิดเทอมเราก็กลับไทยและคือทุกๆคนที่เจอย้ำว่าทุกคนจริงๆ ตั้งแต่ญาติๆจนถึงเพื่อนทักว่าอุดมสมบูรณ์ขึ้นนะ แก้มเยอะดีจัง หน้ากลมเป็นลูกชิ้นเลย และที่พีคสุดสองเรื่องคือ จกขท.เซลฟี่กับเพื่อนๆและคือหน้าลอยและใหญ่สุด เต็มเฟรมสุดและเสื้อผ้าของสองปีที่แล้วไม่สามารถใส่ได้ถึงใส่ได้ก็อึดอัดมาก เราเลยตัดสินใจที่จะลดน้ำหนักให้ได้เร็วๆ....แต่ผลเป็นยังไงรึเปล่า...โยโย่เด้งเพิ่มมาอีก 2 กิโลกรัม หลังจากนั้นก็ปล่อยเลย ไม่อยากลดแล้วให้กำลังใจตัวเองว่ามันก็ไม่ได้อ้วนขนาดนั้น......ละมั้ง?

        ในมือที่ถือคือวาฟเฟิลไข่เค็ม

        ไปตัดผมอีก....จะเห็นได้ว่าตัวหนามากๆ หลังจากนั้น จกขท.ก็กลับมาเรียนต่อและได้ไปเจอหลายๆ Inspiration ใน Instragram / Facebook เกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพและการออกกำลังกาย เราก็คิดกับตัวเองว่า เพิ่มได้มันก็ต้องลดได้สิ! ซึ่งปัจจัยหลักๆในการลดน้ำหนักของแบ่งออกเป็นสองหัวข้อหลักๆนะ คือ อาหาร(70) และ ออกกำลังกาย (30) การกิน 70 percent ช่วงแรก ใช้เวลา 2 เดือน

        -ปรับเปลี่ยนอาหารการกินเลย ไม่ทานของมัน/ทอด/เลี่ยงขนมหวานๆ/ไม่ทานน้ำตาลขาวใช้น้ำผึ้งแทน/ลดเค็ม

        -แต่ช่วงแรกก็ตามใจปากไปบ้างบางที ซื้อเลย์มาทานบ้าง(เปลี่ยนจากParty size > Small size) ,มีมื้อตามใจปากข้างนอกบ้าง(พิชซ่า/เฟรนฟรายด์)

        -กินผักมากขึ้นในมื้ออาหารและหาแรงบัลดาลใจให้ตัวเอง เช่น การเปิดดูรูปอาหารสุขภาพและเราก็ตัดสินใจ ถ่ายรูปอาหารที่เราทำเองลงในInstagram (เหตุผลที่ทำในตอนแรกคือเพื่อเป็นการทำให้ตัวเองกินอาหารสุขภาพดี ในทุกๆวัน แต่ตอนนี้รู้สึกสนุกและenjoy happy มากๆ)

        -เริ่มวิ่งจาก 10นาที>25 นาที พักบ้างบางวัน 2 เดือนแรก น้ำหนักลงเร็วจริง จาก 61/62-56กก.แต่ยังบวมอยู่น่าจะมาจากโซเดียมในขนมและตามใจปากบ่อยไปหน่อย ช่วงที่2 ใช้เวลา 4 เดือน เริ่มฟิตและenjoyกับการทานอาหารสุขภาพมากขึ้น

        -เราไม่ทานอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ดีต่อสุขภาพเลย(ไม่ได้รู้สึกกดดันเลย คืออยู่ดีๆก็ไม่ได้มีความโหยหาอีกเลย งงมาก)

        -จากการเปลี่ยนอาหารมีข้อดีหลายๆอย่างเลย เช่น สิวไม่ค่อยขึ้นบ่อยนอกจากตอนมีประจำเดือน , ออกกำลังกายได้นานมากขึ้น ,ไม่เป็นหวัดบ่อย,ร่างกายทนสภาพความหนาวได้มากขึ้น,ไม่เหนื่อยเวลาขึ้นบันไดเยอะๆ)

        -เราออกกำลังกายเฉลี่ยวันละประมาณ1ชม. วิ่งบ้าง เปิดคลิปออกกำลังกายในยูทูป เต้นๆมั่วๆวนไปบ้าง5555

        -บางทีเราก็อยากทานอาหารที่เราชอบ เช่น พาสต้าไวท์ซอส เราก็เปลี่ยนน้ำซอสจากครีมเป็นมันฝรั่งและนมถั่วเหลืองเอามาปั่นรวมกันอะไรประมาณนี้ สนุกกับการreplacmentวัตถุดิบต่างๆมากขึ้น

        -และจากน้ำหนัก 56 ก็ลงมาเหลือ 49 ณ ปัจจุบัน

ตอนนั้นน้ำหนักอยู่ที่ 51-52 กิโลกรัม

         รูปล่าสุด น้ำหนักอยู่ที่ 49 กิโลกรัม ส่วนอันนี้คือตัวอย่างเมนูอาหารที่เราทานในทุกๆวัน​เช้า เราจะเน้นพวกข้าวโอ๊ต กล้วยหอม smoothieใส่โปรตีนเชคบ้าง สลับๆกันไป 

ผักโขม+เวย์โปรตีนสูตรไม่มีน้ำตาล+นมถั่วเหลือง+กล้วย

         แพนเค้กข้าวโอ๊ตกลางวัน เป็นมื้อที่เราทานปกติเลย แต่จะเน้นเป็นทำเองซะส่วนใหญ่ เราจะปรุงรสน้อยๆ ค่อยๆลดปริมาณเกลือและเครื่องปรุงจนตอนนี้ลิ้นเราชินกับรสธรรมชาติมากขึ้น บางทีเราก็ออกไปทานข้างนอก แต่ก็จะเลี่ยงของ ทอดๆ มันๆ ในบางที

เกี๊ยวผักกาดขาว กับผัดวุ้นเส้น

ข้าวกล้องผัดไข่ใส่กระเทียมและหัวหอม

       พาสต้ามะเขือเทศซอสครีมนมถั่วเหลือง เย็น ถ้าวันไหนมื้อกลางวันจัดเต็มมากๆเราก็จะกินแค่โปรตีนเชคกับมันหวาน แต่ส่วนใหญ่เราทานเหมือนมื้อเช้าเลย

มูสลี่โยเกิร์ต

         เราทานครบ 3 มื้อไม่เคยอดซักมื้อ มีแต่ลดปริมาณถ้ามื้อไหนเราทานเยอะเกินไป ถ้าอยากดูว่าแต่ละมื้อเราทานอะไรบ้างและมีการดัดแปลงสูตรอาหารปกติให้ดูคลีนมากขึ้น สามารถเข้าไปดูได้ที่

         IG: pa_yada_rimm https://www.instagram.com/pa_yada_rimm/

         หรือ FB page https://www.facebook.com/Healthy-Styles-yada-354150198506366/

         การออกกำลังกาย ออกกำลังกายเกือบทุกวันเลย จนตอนนี้รู้สึกเสพติดการออกกำลังกายสุดๆ แต่ใน 1 อาทิตย์ควรมีการพักร่างกายเรา 1-2 วัน

         -ช่วงแรกเราใช้การวิ่งสลับกับเดินประมาณ 20-30 นาที

         -พอเราเริ่มที่จะออกกำลังกายได้นานมากขึ้นเราก็เริ่มวิ่ง 30-40 นาที

         -เริ่มหาคลิปออกกำลังกายใน youtube เสริชไปว่า 

         ออกกำลังกายส่วนขา : Leg workout , Butt workout , Thigh workout

         ออกกำลังกายส่วนหน้าท้อง : AB workout , ABS workout

         ออกกำลังกายแขน : Arm workout

         คาร์ดิโอวันที่ฝนตก หรือแดดร้อนมาก : Full body workout , Cardio workout 

         ถ้าเราออกกำลังกายตามคลิปวิดีโอเราจะเลือกประมาณ 2-3 คลิป ไม่มากไปกว่านั้นเพราะเหนื่อย

         หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นกำลังใจให้ใครหลายๆคนได้นะ อยากให้ทุกๆคนรู้ว่ากรุงโรมมันไม่ได้สร้างแค่วันเดียว การลดน้ำหนักก็เช่นกันใจเย็นๆ หลักๆเราว่ามันอยู่ที่ใจเราล้วนๆเลย อย่าเครียด อย่าพยายามกดดันตัวเอง มีความสุขและลองenjoyกับ healthy life style ค่อยๆปรับอย่าหักโหม จกขท. ทำได้ ทุกๆคนก็ทำได้ สู้ 

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com ขอขอบคุณข้อมูลจาก กินคลีนสไตล์เด็กหอไอเฟล   

 
Advertisement
0
0
0