ลูกจ้างเตรียมรับมือ ปีหน้าเสี่ยงเลิกจ้างอื้อ ผลกระทบขัดแย้งการค้าสหรัฐ-จีน

   
advertisement

      ถ้าพูดถึงเรื่องการเลิกจ้างที่ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงที่ผ่านมา โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ทยอยเลิกจ้างลูกจ้าง จนตอนนี้พนักงานลูกจ้างภาคอุตสาหกรรมหวั่นว่าอนาคตจะถูกเลิกจ้าง 

      ล่าสุด นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าอุตสาหกรรมไทย ได้ออกมาเปิดเผยว่า ผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว จะเห็นได้จากการส่งออกของไทยก็ได้รับผลกระทบไปด้วย โดยมียอดติดลบ 1.5-2% 

      นายธนิต โสรัตน์ เปิดเผยอีกว่า จากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว จะเห็นได้จากการส่งออกของไทยก็ได้รับผลกระทบไปด้วย โดยมียอดติดลบ 1.5-2% จากปัจจัยดังกล่าว กระทบถึงการจ้างงานที่เริ่มชะลอตัว ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เริ่มทยอยลดกำลังการผลิตลง ส่งผลให้ปีหน้ามีความเสี่ยงด้านแรงงานมากขึ้น โดยปีหน้าจะมีแรงงานเข้าระบบถึง 520,000 คน ในเดือนเมษายน 2563 ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับภาวะว่างงาน โดยเฉพาะในภาคการส่งออก ภาคการผลิต การบริการค้าปลีกและค้าส่ง นอกจากนี้หลายอุตสาหกรรมได้ปรับระบบการผลิตเข้าสู่เทคโนโลยีชั้นสูงเช่น หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยิ่งส่งผลให้การจ้างงานลดลง

      ผลกระทบที่เริ่มเห็นสัญญาณคือ การทยอยปิดโรงงานและเลิกจ้างงานเมื่อเดือน ก.ย.โดยเฉพาะโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาคร ต่อจากนี้ก็จะมีโรงงานทยอยปิดมากขึ้น ตัวอย่างเช่น โรงงานเพื่อการส่งออก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรงงานในจังหวัดสมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง สมุทรสาคร โรงงานเหล่านี้จะเริ่มใช้มาตรการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหา เช่น ลดเวลาทำงาน ไม่จ้างเอาต์ซอร์ซ ไม่รับพนักงานใหม่ในตำแหน่งที่ว่างลง จนกระทั่งถึงการจ้างให้ออก 

       เป็นเรื่องที่ลูกจ้างทุกคนควรที่จะรู้และเตรียมตัวถ้าหากรู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยง โรงงานเสี่ยงที่จะเลิกจ้าง ปิดโรงงาน ถ้าหากเกิดเลิกจ้างขึ้นมาจะได้มีรับมือทัน 

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com 

 
Advertisement
0
0
0