สวนสาธารณะ นครสวรรค์ ปิดนานจนโดนฝูงค้างคาวยึด ชาวบ้านหวั่นนำโรค

   
advertisement
advertisement

       ในช่วงที่ประเทศไทยประสบพบเจอกับโรคระบาดหนักๆ ในช่วงนั้นสถานที่ต่างๆถูกสั่งปิดเพื่อความปลอดภัย รวมไปถึงสวนสาธารณะ สถานที่ออกกำลังกาย ก็โดนปิดไปด้วย บางแห่งต้องฟื้นฟูกันยกใหญ่ เพราะต้องปิดไว้นาน 

        แต่สำหรับสวนสาธารณะ อุทยานสวรรค์ จังหวัด นครสวรรค์ ดูเหมือนจะยากที่จะฟื้นฟู เพราะหลังจากปิดไปนาน ทำให้ฝูงค้างคาวแม่ไก่หลายร้อยตัว มาอาศัยยึดพื้นที่ ชาวบ้านก็ไม่กล้าไปใช้งาน เพราะทราบกันดีว่า ค้างคาวเป็นสัตว์ที่นำโรคระบาดมานั่นเอง

        ทางด้าน อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาให้คำแนะนำในเรื่องนี้ว่า...

        ""ค้างคาวมายึดสวนสาธารณะ จะไล่อย่างไรดี"

        มีทางบ้านแจ้งมาว่า ตอนนี้ อุทยานสวรรค์ (หนองสมบุญ) ของ จ. นครสวรรค์ ซึ่งเคยเป็นที่ออกกำลังกายของชาวบ้าน แต่ช่วงที่เกิดวิกฤติโรคระบาด ทางอุทยานฯ ได้ปิดไปเป็นเวลานาน ทำให้มีฝูงค้างคาวแม่ไก่ มายึดพื้นที่ไป แล้ว จำนวนน่าจะเป็นหลายร้อยตัว มีมูลค้างคาวตกอยู่เต็มไปหมดและกลิ่นเหม็นมาก ! จนคนที่ไปออกกำลังกายเริ่มหวาดกลัวกันว่าจะนำเชื้อโรคมาให้หรือเปล่า ? แล้วทางเทศบาล อยากหาวิธีในการกำจัดค้างคาวออกไป

-

ค้างคาว 

        เป็นประเด็นที่น่าสนใจนะครับ ในมุมหนึ่งก็เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่ง เวลาเราเห็นค้างคาวแม่ไก่มาอยู่เป็นจำนวนมากอย่างนั้น ในบางจังหวัดก็พัฒนาจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้คนมาดู มาศึกษาได้

        แต่ในอีกมุมนึง ค้างคาวเอง ก็เป็นสัตว์ที่นำเชื้อโรคมาสู่คนได้มากมาย ... แม้ว่าโรคระบาดที่ผ่านมา จะไม่ได้พบว่ามีอยู่ในค้างคาวไทยและ/หรือจะถ่ายทอดให้คนได้โดยตรง แต่ก็ยังมีเชื้อไวรัสอีกหลายชนิด ทั้งโคโรน่าไวรัส เชื้อไวรัสเรบีส์ (พิษสุนัขบ้า) เชื้อนิป้าร์ ฯลฯ ที่เป็นอันตรายต่อคนได้

        ดังนั้น เราจึงไม่ควรอยู่ใกล้กับค้างคาว ไม่ควรบริโภคค้างคาว ไม่ควรจะสัมผัสกับค้างคาวที่ป่วยและตกลงมาที่พื้น หรือแม้แต่พวกมูลและปัสสาวะของค้างคาวนั้น ก็อาจจะมีเชื้อไวรัสอยู่ได้เช่นกัน

        ในกรณีของที่นครสวรรค์นี้ ถ้าไม่อยากเก็บไว้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็ควรจะให้เจ้าหน้าที่ไปทำการไล่ทุกวันทุกวัน เอาไม้ไปไล่ตีตามกิ่งไม้ที่มันมาเกาะนอนตอนกลางวัน หรือฉีดน้ำไล่ก็ได้ จนกระทั่งมันไม่อาจจะอยู่ได้อย่างสงบ แล้วก็อพยพไปที่อื่นเองครับ

        สำหรับชาวบ้านทั่วไป ถ้ามีค้างคาวแอบเข้ามาอาศัยอยู่ในใต้ชายคาบ้าน ก็ควรจะไล่ไปเหมือนกันนะครับ ... ควรจะพยายามซ่อมแซมอุดรูรั่วของผนังหรือฝ้าเพดาน ที่ค้างคาวจะมุดเข้ามาได้ หรือใช้ของที่มีกลิ่นแรง เช่น ลูกเหม็น ไปวางไว้ตรงจุดที่พบค้างคาวมานอนอยู่ ก็พอจะไล่ได้เช่นกัน"

advertisement
 

เยอะมาก 

ชาวบ้านหวั่นนำโรค 

บินทั่วเลย 

      คงต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตัดสินใจแล้วล่ะค่ะ ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับสวนสาธารณะแห่งนี้ จะกวาดล้างฝูงค้างคาว หรือจะสละให้เป็นที่อยู่ของพวกมัน

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com ขอขอบคุณข้อมูลจาก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ 

Advertisement
0
0
0