advertisement

สาวเผยประสบการณ์ ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน หนีระบบที่ทำให้เสียความเป็นตัวเอง


advertisement

       เชื่อว่าหลายๆคนคงไม่ค่อยชื่นชอบกับการทำตามกรอบ หรือกฎระเบียบอะไรไปตลอดชีวิต บางคนมีแนวคิดที่เป็นของตนเอง และไม่ได้อยากเดินตามกรอบที่สังคมตีเส้นเอาไว้ แต่บางครั้ง เราก็ต้องเดินตามกรอบของสังคมมาตั้งแต่เด็กๆ ด้วยการเข้าเรียนและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสถานศึกษา

        แต่จะมีสักกี่คน ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง จนตัดสินใจเดินออกจากกรอบของการเป็นนักเรียน อย่างเช่นผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Kaew Ji ที่ได้มาเล่าประสบการณ์ ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน เพราะไม่อยากอยู่ในระบบนานๆจนสูญเสียเวลาที่จะได้ทำตามสิ่งที่ใจต้องการ โดยเธอได้ระบุว่า…

       "นี่รู้สึกว่าชีวิตได้กลับมามีชีวิตตั้งแต่ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน เราว่าการอยู่ในระบบมันนานไป กว่าจะจบ ม.6 โห นานมาก ที่ต้องเข้าตามเวลาออกตามเวลา นี่มันโรงงานชัด ๆ ประเทศไทยตีความการเป็นโรงเรียนแบบไหน อึดอัดมาก รู้สึกเสียใจทุกครั้งที่เข้าไปเรียนแล้วต้องนั่ง ฟัง เขียน พูด แบบที่ใคร/ระบบอยากได้ยินได้ฟังได้เห็น จนวันนึงเรารู้สึกตัว แล้วรู้จักกลัว กลัวว่าจะสูญเสียความเป็นตัวเอง กลัวว่าจิตวิญญาณ ความเชื่อ ความฝันจะกลายเป็นของใครคนอื่น กลัวว่าเราจะไม่แข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้กับความเป็นระบบ

        จนตัดสินใจว่าจะลาออก ลาออกเลยนะ ขอเลือกทางอื่น ไม่เอาแล้ว เอาตัวเองออกมาจากห้วงของมรสุม เพื่อมาเจอมรสุมอันอื่นอีกเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่อย่างน้อยเราได้มีชีวิต ชีวิตที่เป็นชีวิต ตื่นมารดน้ำต้นไม้อยู่กับครอบครัว เล่นกับหมา อ่านหนังสือเล่มไหนก็ได้ที่อยากอ่าน กวี วรรณกรรม งานเขียน โอ๊ย ดีกว่าอ่านสูตรเคมีที่เราไม่แม้แต่จะ ปรารถนาใคร่ถึงแม้แต่น้อย (ไม่ได้อยากเป็นนักเคมีโว้ย)

        ระหว่างวันการได้ออกไปเที่ยวที่ต่าง ๆ มันคือสุนทรี เราสมัครงานโปรเจคสังคมแบบที่เราถนัด การเดินทางไปไกลไปเรียนรู้ผู้คนไม่ได้ขึ้นอยู่กับวันเสาร์อาทิตย์หรือวันนักขัตฤกษ์อีกต่อไป เห้ย เราได้เวลากลับมา ชีวิตแม่งเป็นชีวิต จะสุขหรือเศร้าผิดหวังเป็นร้อยครั้ง อย่างน้อยก็เป็นชีวิตที่เราเลือก เราพอแล้วกับการผิดหวังในโรงเรียน เกรดตก คุณครูขึ้นเสียงใส่แบบไม่มีเหตุผล หลักสูตรที่เก่าครึ อยากตั้งคำถามก็ได้แค่ถาม บางครั้งแค่จะคิดตั้งคำถามก็ไม่ได้แล้ว

        เราพอ พอแล้ว เราเสียใจมาหลายปีแล้วกับ “โรงเรียน” แต่การหนีออกมาจากระบบไม่ได้ทำให้เรารู้สึกชนะหรือภูมิใจอะไรเลย เราอยากให้โรงเรียนเป็นพื้นที่คนเรียนเลือกได้ เลือกได้มากกว่านี้ อยากให้คนเรียนมีสิทธิ์มีเสียงได้มากกว่านี้ เขาจะออกแบบความฝันของเขาได้ยังไง แม้กระทั่งปีสุดท้ายของการเรียนมัธยม เขายังคงต้องนั่งจำสูตรฟิสิกส์อยู่ แต่ความฝันของเขาคือการเป็นนักเขียน, เชฟ, ศิลปิน, นะ อยากเป็นอะไรสักอย่างที่ฟิสิกส์คงไม่จำเป็นกับเขาตอนนั้น

        เขาออกแบบไว้แล้ว ความฝันของเขาน่ะ เหลือแค่ต้องใช้เวลากับความฝันตัวเอง ก่อนจะก้าวขาไปอีกเลเวลของการเรียนรู้ แต่เขายังคงต้องสอบฟิสิกส์ให้ได้เกรดดี ๆ เพราะต้องเก็บเกรดเฉลี่ยดี ๆ อืม โรงเรียนตอนนี้มันพรากทั้งเวลาและความฝันเลย

       แถลงการณ์แบบรวบรัด : เราลาออกแล้ว ตั้งแต่ปิดเทอมนู้น จบม.4 พอดี (ตอนนี้เพื่อน ๆ อยู่ ม.5) ตอนนี้อยู่บ้านใช้ชีวิต ช่วงเช้าล้างจาน กวาดบ้าน แล้วก็รดน้ำต้นไม้ให้พ่อเป็นงานหลัก ๆ ตอนบ่ายออกไปกินกาแฟอ่านหนังสือร้านประจำ ตกดึกมีเวลาดูหนังดี ๆ วันไหนใครชวนออกไปผจญภัยก็คือว่าง พร้อมเรียนรู้ มีทำงานโปรเจคอยู่เรื่อย ๆ เออ เราก็เอนจอยชีวิตในแบบของเรานะ เดี๋ยวจะไปสอบวุฒิของ GED (วุฒิเทียบเท่า ม.6) จะยื่นเข้าเรียนต่ออะไรก็มีในใจแล้ว

        “เมื่อฉันพร้อม” เพราะฉันไม่รีบ แม่บอกมีเวลาให้ 5 ปี มึงใช้ชีวิตไปเถอะ ผู้ใหญ่หรือใครที่เป็นห่วง อย่าพึ่งกังวลกับหนูนะ ไม่ต้องกลัวค่ะ หนูไม่ได้มีเรื่องอะไรหรือปัญหาอันไหนใหญ่เลย (จริง ๆ ก็ใหญ่อยู่ หนูอยากมีเวลาทำสิ่งที่ชอบ) หนูรู้ว่ามันเป็นการก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย มันสำคัญและยิ่งใหญ่ มันเป็นอีกจุดเปลี่ยนเลย หนูตกตะกอนแล้ว เห็นแล้วว่าตรงนี้มันเหมาะกับเรา พ่อกับแม่โอเคมาก และที่สำคัญหนูเชื่อมั่นในตัวเอง หนูตั้งใจจะเป็นมนุษย์คนนึงที่ได้ออกแบบชีวิตตัวเอง ถ้ามันจะผิดหวัง หนูจะไม่เสียใจเลย ขอบคุณที่เป็นห่วงหนู เลิฟยู


advertisement

        ปล.เรารู้สึกขอบคุณช่วงเวลาที่ดีในโรงเรียนอยู่ตลอด ถึงตอนนี้เราไม่ได้ยืนตรงข้ามกับโรงเรียน ไม่ได้เกลียดโรงเรียน และไม่ได้มีเจตนาจะบลัฟใคร มันดีที่คนหลายพันคนได้มารวมกันอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ความหลากหลายมันทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีเลย รักเพื่อน ดีใจที่ได้มีคนรู้ใจ มีแฟนคนแรกก็ที่โรงเรียนนี่แหละ และคุณครูอีกหลายท่านเลยที่เราเคารพ ขอบคุณที่ให้หนูได้เห็นมุมมองของการทำงานในการเป็นข้าราชการ รักที่ยอมแลกเปลี่ยนและเห็นอกเห็นใจกัน ถ้าระบบมันดีทั้งครูและหนูจะไม่เหนื่อยขนาดนี้เลยค่ะ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้บ้างรึเปล่าที่จะทำให้โรงเรียนของเราน่าอยู่กว่านี้ ถ้ามีโอกาสหนูจะทำค่ะ

        คิดถึงน้อง ๆ ในโรงเรียน ดีใจที่ได้เป็นที่รักใคร่ค่ะ อย่าลืมพรี่ คิดถึงลุงยามด้วย ตอนเป็นสภานักเรียนก็คือสนิทสนมกันสุด ๆ และข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าโรงเรียน, ร้านน้ำปั่นน้าโอ๋ จะอยู่ในความทรงจำตลอดไปค่ะ

        ปล.2 ขออนุญาตแปะโครงการที่จะสอบค่ะ https://gedthailand.com เพิ่มเติม 14:06 น. การตัดสินใจอันนี้ยากมากค่ะ หลายอย่างอยู่เหมือนกัน

        ในมุมเรื่องครอบครัว เราก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะกล้าขอตัดสินใจเรื่องลาออกแบบนี้ ตอนคุยกันเราต้องทำใจนานมาก ศึกษาข้อมูลทุกอย่างมาอย่างดี พร้อมจะอธิบายว่าเราจะทำอะไรต่อไป เรามีแผนอยู่แล้ว เพื่อที่เขาจะไม่ได้ต้องรู้สึกเสี่ยงมากกับการลบชื่อออกจากระบบการศึกษาไทย เห็นใจเขาอยู่เหมือนกัน ตอนคุยกันเราใช้ความพยายามเยอะมากค่ะ เราต้องทำงานหนักมากจริง ๆ กับความรู้สึก ขอบคุณพ่อกับแม่ที่โอเคกับทางเลือกของหนูค่ะ

        ทั้งยังมีตัวเองที่ต้องอาศัยความเชื่อมั่นในตนเองเยอะมาก แต่แบบนี้มันเหมาะแล้วกับเราจริง ๆ ไม่ได้ต้องการสื่อว่าแบบนี้ดีที่สุดนะ แต่แบบนี้เหมาะกับแก้วที่สุดค่ะ *ไม่ได้ตั้งใจอยากซ้ำเติมเพื่อนที่อยู่ในระบบเลยนะ

        การตัดสินใจลาออกมาสอบเทียบก็มีสิ่งที่ต้องแลกนะ เราก็ต้องอ่านหนังสือเพื่อไปสอบเหมือนกัน ดีหน่อยที่เราจัดสรรเวลาเองได้ แบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นได้ด้วย ถึงได้เห็นว่าชีวิตในช่วงวัยนี้ของเรา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเรียนทั้งหมด มีอีกหลายมิติเลย หน้าที่ตอนนี้ของเราไม่ใช่การเรียนค่ะ ใครบอกว่ามีหน้าที่เรียนก็เรียนไปนี่ เราเถียงสุดใจเลย หน้าที่ของเราคือการเป็นมนุษย์ที่ต้องอยู่ในสังคมค่ะ

        อีกอย่างที่ชัดคือ ตัวเลือกแบบนี้ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เราว่ามันคือความผิดพลาดของประเทศนี้ที่ไม่ได้นำเสนอตัวเลือกให้เรา ทั้ง ๆ ที่เรามีสิทธิ์เลือกได้มากกว่านี้นี่เนอะ"

       ถือว่าเป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตเลยก็ว่าได้ค่ะ แต่ก็ไม่มีถูกมีผิด เพราะแต่ละคนก็มีเส้นทางการตามหาความฝันที่แตกต่างกันออกไป

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com ขอขอบคุณข้อมูลจาก 


advertisement