advertisement

เผยวิธี ปลูกฟักทองบัตเตอร์นัท ในกระถาง พื้นที่น้อยก็ปลูกได้


advertisement

       เชื่อว่าหลายคนอาจจะชื่นชอบการปลูกต้นไม้ ปลูกพืชผักสวนครัวในบ้าน เพื่อไว้ได้รับประทาน ประหยัดเงินได้ในระดับหนึ่ง แต่สำหรับการปลูกพืชผักสวนครัวบางชนิด อาจจะต้องใช้พื้นที่ในการเพาะปลูก ทำให้เป็นข้อจำกัดในการเพาะปลูกของใครหลายคน 

       แต่วันนี้เราก็มีผักที่สามารถปลูกได้ในพื้นที่น้อยๆมาฝากกันค่ะ กับ ฟักทองบัตเตอร์นัท "ซันไลท์" ผักที่อุดมไปด้วยประโยชน์นานาชนิด ทั้งวิตามินเอ , สารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ลดรอยเหี่ยวย่น แถมยังปลูกง่าย ติดผลตลอดทั้งปี นำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย และสามารถเก็บรักษาได้นานอีกด้วย


advertisement

       ขั้นตอนการปลูกฟักทองบัตเตอร์นัทซันไลท์

       1) เตรียมดินเพาะเมล็ด โดยใส่พีทมอสลงในถาดเพาะ ให้มีให้พีทมอสต่ำกว่าขอบถาดเพาะประมาณ 1 เซนติเมตร (พีทมอสมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเมล็ดพันธุ์ ทำให้ช่วงระยะแรกเมล็ดเติบโตท่ามกลางแหล่งอาหารที่ดีและเหมาะสม)

       2) หยอดเมล็ดลงถาดเพาะ โดยนำส่วนแหลมปักลงไปในพีทมอส หยอดลึกลงไปประมาณ 1- 2 เท่าของความสูงเมล็ดพันธุ์ จากนั้นโรยพีทมอสกลบหน้าหลุมบางๆ จากนั้นฉีดสเปรย์น้ำให้ทั่วทั้งถาดเพาะเมล็ด พอให้พีทมอสชุ่ม


advertisement

        3) ผสมดินสำหรับใช้ในการปลูกต้นกล้า โดยใช้ดินร่วน 1 ส่วน , ขุยมะพร้าวสับ 1 ส่วน , ใบก้ามปูแห้ง 1 ส่วน และปุ๋ยหมัก 1 ส่วน ผสมส่วนผสมดินปลูกทั้งหมดเข้าด้วยกัน นำดินที่ผสมเรียบร้อยแล้วใส่กระถางขนาด 10 นิ้ว รองก้นกระถางด้วยปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยมูลไส้เดือน จากนั้นใส่ดินที่ผสมลงในกระถาง ให้ต่ำกว่าขอบกระถางประมาณ 2 เซนติเมตร


advertisement

       4) ย้ายต้นกล้าลงกระถางปลูก ขุดหลุมเป็นแนวในการวางต้นกล้าด้วยช้อนปลูกให้ขนาดหลุมใหญ่กว่าขนาดตุ้มดินของต้นกล้าประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นใช้ช้อนปลูกค่อยๆตักต้นกล้าออกจากถาดเพาะ แล้ววางลงหลุมที่ขุดเตรียมไว้เมื่อสักครู่อย่างเบามือ กลบดินรอบๆโคนต้นแล้วออกแรงกดเบาๆ ให้ใบล่างสุดของต้นกล้าโผล่พ้นดินขึ้นมา กระถางปลูก 1 ใบ สามารถปลูกต้นกล้าได้ถึง 3 ต้น เมื่อย้ายทั้ง 3 ต้นลงกระถางเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้รดน้ำให้ชุ่ม สังเกตได้จากน้ำที่ไหลซึมออกมาที่บริเวณก้นกระถางถือว่าเพียงพอ จากนั้นนำกระถางปลูกไปวางไว้ในพื้นที่ที่มีแสงเข้าถึง เมื่อต้นกล้าเริ่มยืด ให้นำไม้ไผ่มาทำเป็นค้างเพื่อให้ลำต้นเลื้อยขึ้น

ย้ายต้นกล้าลงกระถางปลูก 


advertisement

       5) เมื่อต้นกล้าอายุได้ 21 วัน ให้ใส่ปุ๋ยยูเรียขนาด 10 กรัม , เมื่อต้นกล้าอายุ 28 วัน ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อีก 15 กรัม , เมื่อต้นกล้าอายุ 35 วัน ใส่ปุ๋ยยูเรียเพิ่มอีก 10 กรัม และเมื่อต้นกล้าอายุได้ 42 วันให้ใส่ปุ๋ยสูตร 0-0-60 อีก 10 กรัม หมั่นดูแลความชุ่มชื้นภายในดินให้เพียงพอ

       6) เมื่อมีอายุ 75 วัน จึงสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยสามารถปลูกและเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี แม้ปลูกในกระถางก็ยังติดผลดก

โตแล้ว 

        ผลของฟักทองบัตเตอร์นัทซันไลท์ สามารถรับประทานได้ทั้งเปลือก มีสรรพคุณมากมาย และยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งคาวและหวานอีกด้วย

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com ขอขอบคุณข้อมูลจาก baanlaesuan.com  


advertisement