advertisement

ตอบข้อสงสัย! ทำไม ‘เพื่อไทย’ ชนะ ส.ส. เขตเยอะ แต่ไม่ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์!?


advertisement

       หลังจากประเทศไทยผ่านการเลือกตั้งมาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ไป และมีการประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการออกมาก็ทำให้หลายๆ คนเกิดความสงสัยว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้รับการจัดสรร ปาร์ตี้ลิสต์ เลยแม้แต่คนเดียวเราเลยอยากจะขอแชร์คำอธิบายที่คุณ  Arthit Kannikar ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องนี้ระบุว่า 

 อธิบายวิธีคิดจำนวน ปาร์ตีลิสต์ ในการเลือกตั้งระบบใหม่ 2562 

…หลายคนงง ว่าทำไม พท. ชนะ ส.ส. เขตตั้งเยอะ แล้วไม่ได้ปาร์ตี้ลิสต์เลย ได้ไง?!?!? ทำไม?!?!?

…ผมรู้ว่ามีคนเก่งกว่าผมเยอะ ที่จะอธิบาย แต่ผมขออธิบายแบบ "บ้านๆ " ให้คนขี้เกียจอ่านอะไรยากๆ ยาวๆ ให้เข้าใจนะครับ

เริ่ม!!!

…จำได้มั้ยครับ เลือกตั้งคราวก่อนเราได้เลือกตั้งด้วยบัตร 2 ใบ คือ เลือกคน และเลือกพรรค ซึ่งทำให้เราสามารถเลือกพรรคต่างกันได้ อาจจะได้ตัว ส.ส. คนนั้นเป็นผู้แทนเขตเรา แต่ใจอาจจะไปรักอีกพรรคเพื่อให้เค้าได้ปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งมักจะเป็นระดับบิ๊กๆ ของพรรคนั้น

…แต่ในการแก้กติกาสำหรับการเลือกตั้ง 2562 ซึ่งเราไปเอาวิธีนี้มาจากประเทศล่าสุดก็คือ เกาหลีใต้ มาใช้ กติกามันต่างออกไป (ทุกวันนี้ แทบไม่มีประเทศไหนเค้าใช้วิธีนี้กันหรอก) เพราะเราได้กา "บัตรใบเดียว" ครั้งเดียว เบอร์เดียว เพื่อเอาผลของมันไปใช้คำนวนอะไรอีกต่อไปในภายหลังชนิดที่เราคิดไม่ทันหรอกครับ

…ทีนี้ กติกาใหม่ ซึ่งก่อนไปเลือกตั้งน่ะ เชื่อได้ว่า หลายคนศึกษากฏกติกานี้มาน้อยมากกกกกกก น้อยถึงกับไม่รู้อีกมากกกกกก

…ผมขออนุญาตเรียกว่ามันเป็น "กับดัก" โดยสุจริต

…ด้วยความที่คนรู้น้อยมาก และพรรคการเมืองก็ยังปรับตัวกันไม่ถูก ทำให้ประชาชนคนเดินดินตัดสินใจเลือกข้างอย่างชัดเจน โดยส่วนใหญ่ดูที่หัวๆ ง่ายๆ ก็คือ การเลือกตั้งครั้งนี้ เลือกระหว่าง "ลุง" กับ "ทักษิณ" นั่นแหละ (ถึงจะมีพ่อมาสร้างสีสันก็ตาม)

…แต่ทุกคนลืมหรือไม่ก็ไม่ได้ศึกษากติกา ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ มันไม่เหมือนครั้งก่อน กติกามันทำให้เราไม่สามารถเลือกครั้งเดียวแล้วสามารถเลือกทั้งคนทั้งพรรคได้ เพราะผลของมันถูกเอาไป "เล่นแร่แปรธาตุ" ด้วยสูตรการคำนวนดังนี้ (พยายามอธิบายง่ายๆ นะครับ)

…การเลือกตั้งครั้งนี้กำหนดให้มี ส.ส. เขต 350 คน และ ส.ส. บัญชีรายชื่ออีก 150 คน

ใช้วิธีการคำนวน 3 ขั้นตอน ดังนี้

1. เอาจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ที่หักบัตรเสีย หัก Vote No แล้ว เป็นตัวเลขที่แน่นอน หารด้วยจำนวน ส.ส. ทั้งหมด (500 คน) ก็จะได้ออกมาคร่าวๆ ประมาณ 70,000 (ยังไม่สรุปนะครับ แค่คร่าวๆ)

2. เอาคะแนน ส.ส. เขตรวมทั้งประเทศของแต่ละพรรคที่ได้ หารด้วย 70,000 จะได้จำนวนที่เรียกว่า "ส.ส. พึงจะมี"

3. ให้เอา "ส.ส. พึงจะมี" ลบด้วย "ส.ส.เขต" ที่พรรคนั้นได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือ "จำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ" ที่พรรคนั้นจะได้

….วิธีนี้ จะทำให้พรรคใหญ่ตกหลุมพรางที่ส่งผู้สมัครทั่วแผ่นดิน กวาดจำนวน ส.ส. เขตมาได้เพียบ แต่พอสรุปสุดท้ายจะเป็นแบบนี้ครับ

ผมสมมุติ พรรคเพื่อไทย ชนะได้ ส.ส. เขต 200 คน

คะแนนเลือก ส.ส. เขตรวมทั้งประเทศ

ได้มากถึง 13,500,000 คะแนน

แต่เมื่อนำมาคำนวณตามกติกาใหม่ จะได้

1. หาจำนวน "ส.ส. พึงจะมี" คือ 13,500,000 หาร 70,000 = 192 คน 

2. นำ "ส.ส. พึงจะมี" (192 คน) ลบด้วย "ส.ส. เขต" (200 คน) = -8 !!!

เดี๋ยวๆๆๆๆๆ อะไรนะ ได้ติดลบ!!! นั่นก็หมายความว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อเลยแม้แต่คนเดียว ตามกติกาใหม่นั่นเอง

…ง่ายๆ ยิ่ง ส.ส. แต่ละหัวเมืองของพรรคคุณ ทุ่มเทเท่าไหร่ กวาดที่นั่งมาได้เท่าไหร่ พวกที่อยู่บนหอคอยก็ยิ่งถูกตัดโอกาสมากขึ้นเท่านั้น คงค้างเติ่งอยู่บนหอคอยอย่างนั้น ไม่ได้ลงมาฉลองกับเค้าหรอกครับ

…ติดกัปดัก เข้าสภาได้แต่ตัวเบี้ย ส่วนขุน เรือ ม้า ควีน คิงส์ ส่องอยู่นอกกระดานนะนายจ๋าาาาา

อาจจะงงๆ อยู่บ้าง ลองอ่านทวนๆ ดู เดี๋ยวเก็ทเองนะครับ

คหสต.เกี่ยวกับระบบนี้

– ผลการเลือกตั้งอาจบิดเบือนเจตนารมณ์ของผู้ออกเสียง พรรคที่ได้เสียงข้างมากในเขตเลือกตั้ง อาจไม่ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล

– ทำให้ ส.ส. จากพรรคเดียวกันต้องแข่งขันกัน โดย ส.ส. แบบแบ่งเขต จะต้องมุ่งมั่นชนะเลือกตั้งมากๆ เพื่อจะได้เข้าสภาชัวร์ๆ แต่ก็จะเหลือตำแหน่งให้ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อน้อยลงไปด้วย

ครูเบิร์ด

สรุป    

    จากโพสต์นี้หลายท่านเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมายดังนี้ 

ที่บัตรเสียเยอะก็มีผลนะ 

ต้องทำความเข้าใจ

      สำหรับเรื่องนี้ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะตอบข้อสงสัยของใครหลายๆคนได้ เพราะการเลือกตั้งในครั้งไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา 

ขอขอบคุณที่มาจาก : Arthit Kannikar 


advertisement