advertisement

ญาติเจ้าบ่าวแจง เหตุใส่ชุดไดโนเสาร์มาผูกข้อมือ ลั่น!ไม่ได้หนีเมียมาแต่ง!


advertisement

      จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้แชร์ภาพงานแต่งงานของบ่าวสาว คู่หนึ่ง ที่เจ้าบ่าวได้สวมชุดไดโนเสาร์มาเพื่อให้แขกได้ผูกข้อไม้ข้อมือ จนสร้างความฮือฮาอย่างมาก ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ Kultinee Kaewrakmuk ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงภาพดังกล่าวโดยระบุว่า 

      ขอบคุณทุกเพจที่ให้ความสนใจ งานผูกข้อมือที่แสนเรียบง่ายของน้องชายฝาแฝดอ้อมนะคะ ไม่ว่าจะเป็นไทยรัฐออนไลน์ สัตว์โลกอมตีน mrg online tnews อ่อนแอก็แพ้ไป ฯลฯ และเพจอื่นๆอีกมากมายที่ช่วยแชร์ จนทำให้ยอดวิวกว่า 1ล้าน3แสนคน ภายใน2วัน นับว่าเป็นอะไรที่เกินคาดมากๆ

      รวมถึงขอขอบคุณรายการ "เล่นใหญ่จัดใหญ่" ของพี่บุ๋มปนัดดา ที่เชิญไปสัมภาษณ์ ทางครอบครัวเราคงจะไม่สะดวก ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ขออนุญาตเล่าเหตุการ์ณที่เกิดขึ้น ผ่านช่องทางนี้แทนนะคะ [ads]

เจ้าบ่าวและเจ้าสาว เป็นคนสนุกสนาน ชอบเอนเตอร์เทนผู้คน และมีจิตสาธารณะ มักจะชอบไปออกค่ายอาสาตามที่กันดารต่างๆ เขาจึงมีชุดไดโนเสาร์อยู่แล้ว พอกลับบ้านสงกรานต์จึงติดมาด้วยเพื่อมาใส่เล่นน้ำ

ส่วนงานนี้เป็นงานผูกข้อไม้ข้อมือ ก็สวมชุดปกตินี่แหละค่ะ ซึ่งจริงๆบ่าวสาวได้เข้าพิธีมงคลสมรสแล้ว เมื่อ18มีค ที่ผ่านมา ที่กทม 
เมื่อกลับบ้านสงกรานต์จึงถือโอกาสเชิญญาติๆสนิทที่ไม่ได้ไปร่วมงานที่กทม มาผูกข้อมือเพื่อรับขวัญสะใภ้

พอผูกข้อมือเสร็จแล้ว เจ้าบ่าวจึงไปสวมชุดไดโนเสาร์เพื่อที่จะมาเต้นรำวงย้อนยุคกัน แต่มีแขกบางส่วนที่มาช้า จึงได้ผูกข้อมือทั้งชุดนั้นเลย ภาพก็เลยออกมาอย่างที่ทุกท่านได้เห็นกัน ก็มีแค่นี้ล่ะค่ะ ขอยืนยันว่า เจ้าบ่าวไม่ได้หนีเมียมาแต่งกิ้ก หรือสติไม่ดี เหมือนอย่างในคอมเม้นต์แน่นอนค่ะ

ทางเราก็ไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นกระแสใหญ่โตขนาดนี้ แต่ก็ต้องขอบคุณคอมเม้นต์ดีๆ ที่ชื่นชอบ และชมเชย อ้อมก็ดีใจ ที่โพสต์ของอ้อมสามารถสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับผู้อ่านได้

สุดท้ายนี้ในฐานะคนๆหนึ่ง ที่คลุกคลีอยู่ในวงการเวดดิ้งมาพอสมควร ก็อยากฝากไว้ค่ะ ว่างานแต่งงาน คือการให้เกียรติทางครอบครัวทั้งสองฝ่าย ทำในแบบที่เราแฮปปี้ แบบที่เราพร้อม แค่นี้ก็ชื่นมื่น สุขล้น แล้วค่ะ 

     ก็เป็นอีกเรื่องที่หลายๆท่านคงจะเข้าใจในเจตนาของเจ้าบ่าว เจ้าสาวแล้วนะคะ ไม่ได้หนีเมียมาแต่งงาน หรือบ้าอะไรทั้งนั้น แค่รู้สึกสนุกกับการได้แต่งชุดไดโนเสาร์ก็เท่านั้นค่ะ

ขอขอบคุณที่มาจาก : Kultinee Kaewrakmuk 


advertisement