advertisement
จากเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับรถยนต์บนถนนพระราม 2 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำหลายครั้ง จนสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชน ล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการตรวจสอบและมาตรการรับมือ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ให้สัมภาษณ์ในรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงกรณีเครนถล่มบนถนนพระราม 2 ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่าโครงการดังกล่าวมีคำสั่งให้หยุดการปฏิบัติงานชั่วคราว แต่ยังไม่แน่ชัดว่ามีการหยุดจริงหรือไม่ หากมีคำสั่งหยุดแล้ว เหตุใดจึงยังเกิดเหตุขึ้นได้ จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ว่าเป็นอุบัติเหตุหรือเกิดจากปัจจัยอื่นใด
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
advertisement
นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า ผู้รับเหมาที่ดำเนินโครงการในพื้นที่ดังกล่าวคือบริษัท อิตาเลียนไทย เช่นเดียวกับหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับบริษัท หรือมีเงื่อนไขอื่นใดแอบแฝงหรือไม่ โดยได้มีการหารือเบื้องต้นกับปลัดกระทรวงคมนาคม ถึงความเป็นไปได้ในการประกาศ หยุดการก่อสร้างทางยกระดับทั่วประเทศ ทุกโครงการ ทุกบริษัท เพื่อทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรอบด้าน
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ตนขอเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุก่อน พร้อมสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วจำนวน 3–4 ชุด เพื่อทบทวนกระบวนการทำงาน มาตรการความปลอดภัย และตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด โดยหลังจากนั้น ปลัดกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้ประกาศแนวทางเพิ่มเติมอีกครั้ง แม้จะส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้าง แต่ถือเป็นสิ่งจำเป็น และต้องเชิญผู้รับเหมาทุกรายเข้าหารือ พร้อมตรวจสอบเช็กลิสต์ด้านความปลอดภัยใหม่ทั้งหมด
advertisement
advertisement
นายพิพัฒน์ กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและการสูญเสียที่ตามมา พร้อมยอมรับว่า เหตุลักษณะนี้ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระทรวงคมนาคม รวมถึงขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน และตัวของตนเองเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องกลับมาทบทวนการทำงานของกระทรวงในทุกมิติ
เมื่อถูกถามถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุ นายพิพัฒน์ ระบุว่า ยังไม่สามารถตั้งข้อสงสัยใดๆ ได้ จนกว่าจะมีข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่าปัญหาเกิดจากบริษัทผู้รับเหมา เจ้าหน้าที่ หรือสาเหตุอื่น พร้อมย้ำว่า ไม่อาจระบุล่วงหน้าได้ แต่ความรับผิดชอบในเบื้องต้น ถือเป็นความรับผิดชอบของตนเองและกระทรวงคมนาคม
–
advertisement
เหตุเครนถล่มที่เกิดขึ้นซ้ำสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับมาตรการความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบนเส้นทางหลักที่ประชาชนใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก ซึ่งการตรวจสอบอย่างจริงจังและโปร่งใส จะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นความเชื่อมั่นและป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
เรียบเรียงโดย : thaihitz.com
advertisement
