advertisement

เผยยอดเงินเยียวยา เหตุเครนถล่มทับรถไฟ เคสดำ-บาดเจ็บ ได้รายละเท่าไหร่เช็กเลย


advertisement

      จากเหตุการณ์เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเกิดอุบัติเหตุถล่มทับขบวนรถไฟโดยสาร ขณะวิ่งผ่านพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม และนำไปสู่การเร่งหารือแนวทางรับผิดชอบ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงการกำหนดมาตรการเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง

      เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าร่วมประชุมและรับมอบนโยบายผ่านระบบออนไลน์ จากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมด่วน อาทิ กระทรวงคมนาคม อัยการสูงสุด อธิบดีกรมบัญชีกลาง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

     การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหารือเรื่องความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคม รวมถึงการกำหนดมาตรการและแนวทางแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้สามารถดำเนินคดีและเอาผิดกับบริษัทผู้รับเหมาอย่างเร่งด่วน หลังเกิดอุบัติเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงกรณีเครนถล่มบริเวณถนนพระรามที่ 2 ขาเข้า จังหวัดสมุทรสาคร

      ภายหลังการประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงแนวทางการเยียวยาผู้ประสบเหตุว่า กรณีผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟโดยสารในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 32 ราย และผู้บาดเจ็บ 64 ราย เบื้องต้นครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยารวมรายละ 1,690,000 บาท ประกอบด้วย


advertisement

      1. เงินช่วยเหลือจากการรถไฟแห่งประเทศไทย 1,000,000 บาท

      2. เงินจากกรมธรรม์ประกันภัย 340,000 บาท


advertisement

      3. เงินตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 จำนวน 200,000 บาท

      4. เงินช่วยเหลือจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ อีก 150,000 บาท

     ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นรายละ 50,000 บาท และจะได้รับการดูแลเยียวยาตามสิทธิ์และขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดต่อไป

– 


advertisement

      เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับผู้โดยสารและครอบครัว แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญต่อการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของประเทศ โดยภาครัฐยืนยันจะเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ พร้อมดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ต้องรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต 

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com 


advertisement