advertisement
ครูสอนนาฏศิลป์รายหนึ่ง ตัดสินใจกู้ยืมเงินนอกระบบเพื่อนำมาสะสางปัญหาชีวิต โดยรอบแรกเธอกู้จากเจ้าหนี้กว่า 70 ราย รวมยอดเงินประมาณ 1.2 ล้านบาท และสามารถชำระคืนครบถ้วน จบหนี้ได้โดยไม่มีปัญหา
อย่างไรก็ตาม ปัญหากลับเกิดขึ้นอีกครั้งในรอบที่สอง เมื่อเธอต้องกู้เงินเพิ่มเติม โดยเชื่อมั่นว่ายังสามารถบริหารจัดการหนี้ได้เหมือนเดิม แต่สถานการณ์กลับไม่เป็นไปตามแผน งานที่ตั้งใจจัดถูกยกเลิก ส่งผลให้ภาระหนี้พอกพูน จนยอดรวมพุ่งสูงกว่า 2 ล้านบาท จากเจ้าหนี้ถึง 80 ราย
ความเครียดทวีคูณ เมื่อเจ้าหนี้บางรายเริ่มบุกทวงเงินถึงบ้าน ทั้งที่เธอมีลูกเล็ก และกำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ เจ้าหนี้บางคนเกรงใจกฎหมาย แต่บางรายกลับไม่สนใจ บุกเข้าไปถึงภายในตัวบ้าน ในช่วงเวลาที่เธออยู่กับลูกเพียงลำพังสองคน
ครูเร ระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือน “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ทำให้เธอตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากตำรวจสอบสวนกลาง โดยมี “จ่าคิงส์” เป็นผู้ประสานพาไปแจ้งเรื่อง พร้อมทั้งพูดฝากไว้ด้วยความหวาดกลัวว่า หากวันหนึ่งเธอหายตัวไป ขอให้ช่วยทวงความเป็นธรรมให้กับเธอและลูก
ครูเร เปิดใจทั้งน้ำตา ยืนยันว่า การกู้เงินนอกระบบไม่ได้เกิดจากความไม่มีวินัยทางการเงิน หรือการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เงินส่วนหนึ่งนำไปใช้จัดงานศพให้แม่ และอีกส่วนใช้ลงทุน ซึ่งรอบแรกเธอสามารถจัดการหนี้ได้ทั้งหมด
advertisement
ส่วนหนี้รอบที่สอง เธอผ่อนชำระจนเกินเงินต้นไปแล้ว เหลือเพียงดอกเบี้ยที่ยังคงพอกพูน หากยังใช้วิธีเดิม เธอคาดว่าหนี้อาจไม่หยุดอยู่แค่ 2 ล้านบาท แต่จะพุ่งไปถึง 4–5 ล้านบาท
advertisement
ครูเร นำเรื่องราวทั้งหมดมาเล่าในรายการ “มีเรื่องต้องคุย” เพื่อสื่อสารปัญหาไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะประเด็นการถูกคุกคามและความไม่ปลอดภัย ซึ่งตำรวจ สภ.บางบัวทอง รับปากว่าจะเข้ามาดูแลในกรณีที่มีปัญหา
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดใจพูดคุยกับหนึ่งในเจ้าหนี้นอกระบบจากทั้งหมด 80 ราย โดยเงินกู้เริ่มต้นที่ 55,000 บาท ครูเรจ่ายไปแล้ว 88,000 บาท และยืนยันว่าต้องการปิดยอดหนี้ดังกล่าว ขณะที่ฝั่งเจ้าหนี้ตั้งคำถามถึงการหยุดจ่ายเป็นเวลา 45 วัน และมองว่าหากมีการพูดคุยกันตั้งแต่แรก เรื่องอาจจบง่ายกว่านี้
advertisement
–
สุดท้าย อัยการปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส ที่ร่วมรายการ เสนอช่วยไกล่เกลี่ยให้ทั้งสองฝ่าย โดยเปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายเสนอเงื่อนไข และนัดหมายเจรจากันอีกครั้ง โดยครูเรยืนยันหนักแน่นว่า ไม่ได้คิดหลบหนี เพียงแต่อยากขอพักหนี้ชั่วคราว เพื่อรวบรวมเงินมาชำระคืนตามจำนวนที่เหมาะสม ส่วนกรณีเจ้าหนี้คุกคามลูกหนี้นั้น จะต้องดำเนินการไปตามกฎหมายต่อไป
เรียบเรียงโดย : thaihitz.com
advertisement
