advertisement

จะดีไหมเลือกตั้งครั้งหน้า ใช้เครื่องเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ กดปุ่มบันทึกคะแนนให้ทันที


advertisement

     ลองจินตนาการดูว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า คุณไม่ต้องหย่อนบัตรลงกล่อง ไม่ต้องกากบาทลงกระดาษ แต่เพียงแตะหน้าจอหรือกดปุ่มบนเครื่อง ระบบจะบันทึกคะแนนให้ทันที—ฟังดูเหมือนฉากในหนังไซไฟ แต่ความจริงคือ หลายประเทศทำแบบนี้มานานแล้ว สิ่งนี้เรียกว่า เครื่องลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EVM (Electronic Voting Machine) เทคโนโลยีที่กำลังถูกจับตามองว่าอาจเปลี่ยนโฉมการเลือกตั้งในอนาคต

     EVM คืออะไร? ทำไมหลายประเทศถึงใช้

     โดยหลักการแล้ว EVM คืออุปกรณ์ที่ช่วยให้ประชาชนลงคะแนนและนับคะแนนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ แทนการใช้บัตรกระดาษแบบเดิม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพียงเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองผ่านเครื่อง ระบบจะบันทึกคะแนนโดยอัตโนมัติ

      ประเทศที่ถือเป็น “ต้นแบบ” ของการใช้ EVM คือ อินเดีย ซึ่งเริ่มทดลองตั้งแต่ปี 1980 และใช้จริงในระดับประเทศอย่างเต็มรูปแบบในปี 2004 การเลือกตั้งปี 2019 ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก ก็ใช้ EVM เป็นหลัก และมีรายงานว่า ไม่มีบัตรเสียจากความผิดพลาดในการกาบัตรแบบเดิม

     นอกจากนี้ ยังมีหลายประเทศที่ใช้ระบบลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา เบลเยียม ฮังการี เยอรมนี และญี่ปุ่น


advertisement

     แล้วประเทศไทยไปถึงไหนแล้ว


advertisement

     สำหรับประเทศไทย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ศึกษาและทดลองใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ชื่อ “Thai Voting Machine” มาแล้วในหลายโอกาส

     ทั้งการเลือกตั้งในองค์กรรัฐ รัฐวิสาหกิจ และการเลือกตั้งภายในพรรคการเมือง แม้ยังไม่ใช้ในระดับการเลือกตั้งทั่วไป แต่ถือว่าเป็นก้าวแรกของการเตรียมระบบสำหรับอนาคต

     ข้อดีที่หลายคนคาดหวัง

     การใช้ EVM ถูกมองว่าอาจช่วยแก้ปัญหาเดิมๆ ของการเลือกตั้งได้หลายเรื่อง เช่น

     – ลดปัญหาบัตรเสียจากการกาผิดช่อง

     – ลดการใช้กระดาษจำนวนมหาศาล

     – ส่งผลคะแนนได้รวดเร็วไปยังศูนย์กลาง

     – ลดเวลานับคะแนนที่ใช้แรงงานคน

     – เพิ่มความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

     – แต่เทคโนโลยีก็มีความเสี่ยง


advertisement

     อย่างไรก็ตาม เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์แบบ ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเตือนถึงความเสี่ยง เช่น

     – หากเชื่อมต่อเครือข่าย อาจถูกโจมตีทางไซเบอร์

     – เครื่องขัดข้องหรือไฟฟ้าดับอาจกระทบการเลือกตั้ง

     – ผู้สูงอายุหรือประชาชนบางกลุ่มอาจใช้งานไม่คล่อง

     – ผู้ลงคะแนนอาจกดผิดโดยไม่ตั้งใจ

     – ต้องมีระบบตรวจสอบซ้ำเพื่อป้องกันการทุจริต

     บางประเทศที่ใช้ EVM ยังต้องมีระบบตรวจสอบหลังการลงคะแนน เช่น การพิมพ์หลักฐานกระดาษ หรือการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่อิสระ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าระบบไม่ถูกดัดแปลง

     คำถามใหญ่ของไทย: จะใช้จริงหรือไม่

     สำหรับประเทศไทย คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “มีเทคโนโลยีหรือไม่” แต่คือ กฎหมายพร้อมหรือยัง? ประชาชนเชื่อมั่นหรือยัง? และระบบการตรวจสอบโปร่งใสพอหรือไม่ เพราะการเลือกตั้งไม่ได้วัดกันแค่ความทันสมัยของเครื่องมือ แต่ต้องวัดที่ ความไว้วางใจของประชาชน ซึ่งเป็นหัวใจของประชาธิปไตย

     เทคโนโลยีเปลี่ยนได้ แต่ความโปร่งใสต้องเปลี่ยนไม่ได้ เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์อาจทำให้การเลือกตั้งเร็วขึ้น สะดวกขึ้น และลดความผิดพลาดของมนุษย์ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเดิม คือ ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเชื่อถือได้


advertisement

     สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะกากบาทบนกระดาษ หรือกดปุ่มบนหน้าจอ คะแนนเสียงของประชาชนต้องถูกนับอย่างถูกต้อง และต้องไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ และนี่คือโจทย์ใหญ่ที่ประเทศไทยต้องตอบให้ได้ หากวันหนึ่งการเลือกตั้งไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว 

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com


advertisement