advertisement
คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ผ่านคณะอนุกรรมาธิการด้านการคลัง เปิดเวทีเสวนา Round-Table Discussion ภายใต้หัวข้อ “ภาษีไทย : ถึงเวลาปรับโครงสร้างภาษี เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย” ชี้โครงสร้างภาษีปัจจุบันไม่ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ และจำเป็นต้องตัดสินใจเชิงนโยบาย แม้เป็นเรื่องที่ไม่เป็นที่นิยมทางการเมือง
เตือนภัย “ต้มกบ” ไทยเสี่ยงแก่ก่อนรวย
นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อนุกรรมาธิการด้านการคลัง ระบุว่า ไทยกำลังเผชิญภาวะ “Boiling Frog Syndrome” หรือการเสื่อมถอยอย่างช้า ๆ ที่สังคมไม่รู้ตัว โดยเฉพาะปัญหาโครงสร้างประชากร
ข้อมูลชี้ว่า เด็กเกิดใหม่ลดลงจากกว่า 1.2 ล้านคนต่อปี เหลือต่ำกว่า 4 แสนคนต่อปี ขณะที่อัตราการเกิดอยู่ในระดับใกล้ประเทศพัฒนาแล้ว แต่รายได้ต่อหัวของไทยยังต่ำกว่าอย่างมาก ทำให้ประเทศเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ “แก่ก่อนรวย”
ขณะเดียวกัน ไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” โดยประชากรอายุเกิน 60 ปี เกิน 30% ของประชากรทั้งหมด ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่มีเงินออมต่ำกว่า 1 ล้านบาท และไม่มีระบบออมภาคบังคับรองรับ
ชงขึ้น VAT เป็น 10% ภายใน 3 ปี
หนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือ การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% ภายใน 3 ปี โดยทยอยเพิ่มปีละ 1% เพื่อไม่ให้กระทบค่าครองชีพอย่างรุนแรง ปัจจุบัน VAT เป็นรายได้รัฐหลักกว่า 9 แสนล้านบาท หรือราว 30% ของรายได้ทั้งหมด หากปรับขึ้นเป็น 10% คาดว่าจะเพิ่มรายได้อีก 2-3 แสนล้านบาทต่อปี
advertisement
อย่างไรก็ตาม เงินส่วนเพิ่ม 3% เสนอให้จัดสรรเข้าสู่บัญชีออมเฉพาะบุคคล เพื่อสร้างเงินออมระยะยาว และใช้เป็นแหล่งทุนเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 3,000 บาทต่อเดือน พร้อมมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง
advertisement
เสนอ “ล็อตเตอรี่ใบเสร็จ” ดึงร้านค้าเข้าระบบ
คณะทำงานเสนอแนวคิด “Thai Receipt Lottery” ให้ใบเสร็จมีหมายเลขลุ้นรางวัล เพื่อจูงใจประชาชนขอใบกำกับภาษีทุกครั้ง และลดการหลีกเลี่ยงภาษี
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ทุกกิจการเข้าระบบ VAT โดยไม่ยกเว้นเกณฑ์รายได้ 1.8 ล้านบาทต่อปี และให้แพลตฟอร์มออนไลน์หักภาษี ณ ที่จ่าย 2% จากยอดขายร้านค้า
ปัดฝุ่นภาษีขายหุ้น–ศึกษาเก็บภาษีทอง
อีกหนึ่งข้อเสนอ คือ กลับมาเก็บภาษีขายหุ้นในอัตรา 0.11% หลังยกเว้นมากว่า 40 ปี คาดเพิ่มรายได้รัฐปีละ 16,000-18,000 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ยังเสนอศึกษาภาษีทองคำ เนื่องจากมูลค่าซื้อขายทองคำต่อวันสูงกว่าตลาดหุ้น และอาจมีผลต่อค่าเงินบาทและเสถียรภาพเศรษฐกิจ
ฟื้นภาษีเดินทางออกนอกประเทศ
เสนอให้กลับมาเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศจากคนไทย อัตรา 1,000 บาทต่อคนสำหรับเดินทางทางอากาศ และ 500 บาท สำหรับทางรถหรือเรือ คาดสร้างรายได้กว่า 2,800 ล้านบาทต่อปี โดยไม่กระทบการท่องเที่ยว
งบขาดดุลยาว หนี้ใกล้ชนเพดาน
ข้อมูลชี้ว่า ไทยขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องกว่า 10 ปี และหนี้สาธารณะอาจแตะเกือบ 70% ของ GDP ภายในปี 2571 ขณะที่ค่าใช้จ่ายสังคมสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปัญหาสำคัญคือ ฐานภาษีแคบ จากแรงงาน 40 ล้านคน มีผู้เสียภาษีเงินได้จริงเพียง 4 ล้านคน
advertisement
เพิ่มแรงจูงใจมีลูก ลดหย่อนบุตร 5 แสนบาท
เพื่อแก้ปัญหาเกิดต่ำ เสนอเพิ่มค่าลดหย่อนบุตรจาก 30,000 บาท เป็น 500,000 บาทต่อคนต่อปี พร้อมตั้งกองทุนออมสำหรับลูกและพ่อแม่ และปรับโครงสร้างภาษีเงินปันผลสำหรับผู้มีรายได้สูงเข้าสู่ระบบอัตราก้าวหน้า
เวทีสัมมนาครั้งนี้สะท้อนชัดว่า ไทยกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ทั้ง “สังคมสูงวัย-เด็กเกิดน้อย-ฐานภาษีแคบ-หนี้สาธารณะพุ่ง” ขณะที่โครงสร้างรายได้รัฐยังไม่ทันต่อเศรษฐกิจยุคใหม่ คณะอนุกรรมาธิการเสนอชุดปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ ตั้งแต่การขึ้น VAT การขยายฐานภาษีดิจิทัล การเก็บภาษีหุ้นและทอง ไปจนถึงมาตรการกระตุ้นการออมและการมีบุตร แม้มาตรการหลายข้อถูกมองว่า “ไม่เป็นที่นิยมทางการเมือง” แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากยังชะลอการตัดสินใจ ประเทศอาจเข้าสู่กับดัก “แก่ก่อนรวย” และเผชิญความเสี่ยงการคลังในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เรียบเรียงโดย : thaihitz.com
advertisement
