advertisement
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลต่อราคาพลังงานทั่วโลก หลายประเทศเริ่มจับตาความมั่นคงด้านพลังงานอย่างใกล้ชิด รวมถึงประเทศไทยที่ประชาชนบางส่วนเกิดความกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน จนเกิดกระแสแตกตื่นและมีการแห่ไปเติมน้ำมันในบางพื้นที่
เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2569 นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์พลังงาน โดยยืนยันชัดเจนว่า ประเทศไทยไม่ได้เผชิญวิกฤตด้านพลังงาน สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศยังเปิดให้บริการตามปกติ และตลอดช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่เคยเกิดเหตุการณ์น้ำมันขาดแคลนแม้แต่ครั้งเดียว
แล้วทำไมคนถึงแตกตื่น ?
รัฐบาลระบุว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากน้ำมันหมด แต่เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์ที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าน้ำมันกำลังจะขาดแคลน และพฤติกรรมการกักตุนของบางกลุ่มที่นำรถบรรทุกหรือถังขนาดใหญ่มาซื้อน้ำมันในปริมาณมากผิดปกติ
ด้านรองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เปรียบเทียบสถานการณ์นี้ว่า “เหมือนตู้ ATM ที่มีเงินสำรองเต็ม แต่ถ้าคนแห่ถอนพร้อมกัน ก็จะดูเหมือนเงินหมด” สะท้อนว่าปัญหาแท้จริงอยู่ที่การกระจายและการขนส่ง ไม่ใช่ปริมาณน้ำมันในประเทศ
advertisement
สต็อกน้ำมันไทยอยู่ที่ไหน ?
advertisement
ข้อมูลจากการประชุมระบุว่า ปริมาณน้ำมันดิบสำรองของไทยในปัจจุบันสามารถรองรับการใช้งานได้ประมาณ 96 วัน ขณะที่ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ เช่น ปตท., โออาร์, พีที และบางจาก ต่างยืนยันตรงกันว่าสต็อกน้ำมันยังมีเพียงพอสำหรับการใช้งาน
รัฐบาลจะทำอะไรต่อ ?
ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางดำเนินการ 3 ข้อ ได้แก่
1. สื่อสารข้อเท็จจริง – ให้หน่วยงานรัฐและผู้ประกอบการพลังงานเร่งชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน
2. ปรับระบบขนส่งให้คล่องตัว – เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ในการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการทั่วประเทศ
3. แยกช่องทางสำหรับภาคอุตสาหกรรม – ให้โรงงานหรือโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ซื้อน้ำมันผ่านระบบขายส่งโดยตรง เพื่อลดความแออัดในสถานีบริการ
advertisement
นอกจากนี้ หากพบการซื้อน้ำมันในปริมาณมากผิดปกติ ผู้ค้าน้ำมันยังสามารถใช้ดุลยพินิจ จำกัดปริมาณการขาย เพื่อให้ประชาชนทั่วไปยังสามารถเข้าถึงน้ำมันได้อย่างทั่วถึง
รัฐบาลยังย้ำว่า ประเทศไทยสามารถนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากหลายแหล่งทั่วโลก ไม่ได้พึ่งพาตะวันออกกลางเพียงแห่งเดียว และกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม เพื่อกระจายความเสี่ยงในอนาคต
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และไม่ตื่นตระหนกกับข่าวลือ เพราะจากข้อมูลล่าสุดยืนยันชัดเจนว่า ประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอ และสามารถเติมน้ำมันได้ตามปกติ
เรียบเรียงโดย : thaihitz.com
advertisement
