advertisement
สาวกแอปเปิลอาจต้องเตรียมงบเพิ่มสำหรับการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ หลังมีการประเมินจากนักวิเคราะห์หลายสำนักว่า iPhone 18 Pro ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนปีนี้ มีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงกดดันด้านต้นทุนชิ้นส่วนสำคัญที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะหน่วยความจำ (RAM) พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และระบบกล้องรุ่นใหม่
รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของ ทิม คุก ซีอีโอของ Apple ที่ยอมรับว่า บริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนชิปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้นจริง แม้ยังไม่มีการยืนยันเรื่องการปรับราคาอย่างเป็นทางการ แต่ก็ทำให้นักวิเคราะห์เริ่มประเมินความเป็นไปได้ของราคาจำหน่ายใหม่สำหรับ iPhone รุ่นถัดไป
ข้อมูลจากบริษัทวิจัย TechInsights ระบุว่า iPhone 17 Pro รุ่นปัจจุบันที่มีราคาเริ่มต้น 1,099 ดอลลาร์สหรัฐ สามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้นได้ราว 47% ดังนั้น หากแอปเปิลต้องการรักษาระดับกำไรใกล้เคียงเดิมภายใต้ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ราคาเริ่มต้นของ iPhone 18 Pro อาจต้องขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 1,371 ดอลลาร์สหรัฐ
advertisement
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าแอปเปิลอาจเลือกใช้กลยุทธ์ตั้งราคาเริ่มต้นที่ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อไม่ให้กระทบต่อกำลังซื้อมากจนเกินไป แม้จะทำให้อัตรากำไรลดลงเหลือประมาณ 44% ก็ตาม
ขณะเดียวกัน Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ชื่อดังด้านห่วงโซ่อุปทานของแอปเปิล ประเมินว่า ระบบกล้องรุ่นใหม่ที่เตรียมนำมาใช้ใน iPhone 18 Pro จะมีต้นทุนสูงกว่ารุ่นเดิมถึง 50% ซึ่งหากรวมปัจจัยดังกล่าวเข้าไปด้วย ราคาเริ่มต้นของ iPhone 18 Pro อาจพุ่งแตะระดับ 1,399 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นราว 200-300 ดอลลาร์สหรัฐจากรุ่นก่อนหน้า
advertisement
advertisement
–
หากเกิดการปรับราคาจริง ย่อมส่งผลต่อเนื่องไปยังสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในตระกูลเดียวกัน โดยคาดว่า iPhone 18 Pro Max จะมีราคาเริ่มต้นสูงกว่า iPhone 18 Pro อีกประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รุ่นพรีเมียมระดับสูงสุดอย่าง iPhone Ultra ซึ่งมีข่าวลือก่อนหน้านี้ อาจมีราคาแตะระดับ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 66,000 บาทเลยทีเดียว
เรียบเรียงโดย : thaihitz.com
advertisement
