advertisement

ช็อกทั้งบ่อ ปลาหมอคางดำกว่า 5 ตัน ยึดฟาร์มกุ้ง 50 ไร่ แถมเจอซูเปอร์คางดำ ดำเมี่ยมทั้งตัว


advertisement

      จากอาชีพที่เคยสร้างรายได้ กลับกลายเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ตำบลยี่สาร จังหวัดสมุทรสงคราม ต้องเผชิญกับปัญหาปลาหมอคางดำแพร่ระบาดอย่างหนัก จนผลผลิตกุ้งที่ลงทุนเลี้ยงแทบไม่เหลือ กลายเป็นการจับปลาหมอคางดำแทน

       นางอมลวรรณ อายุ 61 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่กว่า 50 ไร่ เล่าว่า เมื่อถึงรอบเปิดบ่อจับกุ้ง สิ่งที่พบกลับไม่ใช่กุ้งที่เคยสร้างรายได้ให้ครอบครัว แต่เป็นปลาหมอคางดำจำนวนมหาศาลกว่า 5,000 กิโลกรัม หรือประมาณ 5 ตัน แม้จะขายได้เพียงกิโลกรัมละ 8 บาท ทำให้มีรายรับเพียงประมาณ 40,000 บาท ซึ่งไม่สามารถชดเชยต้นทุนค่าพันธุ์กุ้ง ค่าอาหาร และค่าแรงงานที่ลงทุนไปได้

       เจ้าตัวเผยว่า ย้ายจากจังหวัดสมุทรปราการมาซื้อที่ดินในตำบลยี่สารเมื่อกว่า 20 ปีก่อน เพราะเห็นโอกาสของพื้นที่ในการเลี้ยงกุ้ง ช่วงแรกสามารถจับกุ้งได้จำนวนมาก มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่หลังจากปลาหมอคางดำเริ่มเข้ามาในพื้นที่ สถานการณ์ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป

     “ช่วงแรกมีเข้ามาไม่มาก แต่พอผ่านไปไม่ถึงปี เปิดบ่ออีกครั้งกลับเจอแต่ปลาหมอคางดำ กุ้งที่เลี้ยงไว้รวมถึงสัตว์น้ำอื่น ๆ หายหมด ทุกวันนี้เหมือนต้องมาเลี้ยงปลาหมอคางดำแทน เพราะกุ้งที่เคยเลี้ยงไม่เหลือให้จับขายแล้ว”


advertisement

       นางอมลวรรณ บอกอีกว่า ปัญหานี้ใหญ่เกินกว่าที่เกษตรกรรายย่อยจะรับมือ แม้แต่ฟาร์มขนาดใหญ่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยมองว่าหากเกษตรกรหลายรายต้องกู้เงินมาลงทุน อาจไม่สามารถประคองอาชีพต่อไปได้


advertisement

      ด้านนางเนตรชนก อายุ 40 ปี หรือ “เสี่ยนุ้ย ปลาซิ่ง” ผู้รับซื้อปลาหมอคางดำรายใหญ่ในพื้นที่ ระบุว่า ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในบ่อเลี้ยงเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงระบบเศรษฐกิจชุมชน เพราะปลาหมอคางดำกินลูกกุ้ง ลูกปู และลูกปลาตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้สัตว์น้ำเศรษฐกิจเติบโตไม่ทัน เกษตรกรสูญเสียรายได้อย่างหนัก


advertisement

      ปัจจุบันแพปลารับซื้อปลาหมอคางดำจากหน้าบ่อในราคาเพียงกิโลกรัมละ 5-6 บาท ก่อนนำไปขายต่อประมาณ 6-7 บาท เพื่อนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ เหยื่อลอบปู หรือแปรรูปสำหรับการประมงบางประเภท แต่ด้วยราคาที่ต่ำและตลาดรองรับมีจำกัด ทำให้เกษตรกรจำนวนมากต้องแบกรับภาระเพิ่ม

       บางรายต้องจ้างแรงงานมาช่วยจับปลา เสียค่าใช้จ่ายหลักหมื่นบาท แต่เมื่อขายออกกลับได้เงินเพียงไม่กี่พันบาท กลายเป็นภาวะขาดทุนซ้ำเติมจากปัญหาผลผลิตเสียหาย

       ทั้งนี้ นางเนตรชนก เรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง ทั้งการสนับสนุนราคารับซื้อ การจัดกิจกรรมกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมถึงช่วยเหลือพันธุ์กุ้ง ปู และสัตว์น้ำเศรษฐกิจ เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาฟื้นฟูอาชีพได้


advertisement

       เพราะหากยังไม่มีมาตรการแก้ไขที่ชัดเจน ปลาหมอคางดำอาจไม่ได้เป็นเพียงปัญหาในบ่อเลี้ยง แต่กำลังกลายเป็นภัยคุกคามต่ออาชีพเลี้ยงกุ้งและปูทะเลของชุมชน ที่อาจทำให้เกษตรกรจำนวนมากต้องจำใจเลิกอาชีพในอนาคต  

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com 


advertisement