advertisement

คนโกงบรรจุแล้วมีหนาว สรุปแถลง CIB-ป.ป.ช. ล้างบางขบวนการโกงสอบท้องถิ่น


advertisement

      วันที่ 23 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงผลปฏิบัติการตรวจสอบคดีทุจริตการสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น หลังเจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่ดำเนินการแก้ไขข้อมูลผลสอบ

      ระหว่างการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบข้าราชการสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 10 คน กำลังนำข้อมูลจากกระดาษคำตอบที่ผ่านการแก้ไขแล้วเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อส่งกลับไปยังหน่วยงานต้นทางที่รับผิดชอบการจัดสอบ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเอกสารและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐาน

      คดีนี้เริ่มจากการได้รับร้องเรียนพร้อมหลักฐานและคลิปเสียง โดยระบุว่ามีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์บางรายอ้างว่าสามารถใช้ความสัมพันธ์ภายในช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ โดยเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 บาท สำหรับตำแหน่งทั่วไป และสูงถึง 700,000-800,000 บาท ในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง

      สำหรับการสอบดังกล่าว เป็นการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดรับสมัคร 87 ตำแหน่ง รวม 6,669 อัตรา และจัดสอบเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

      จากการตรวจสอบพบว่า สถานที่ดังกล่าวเชื่อมโยงกับนาย พ. ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดเก็บและซุกซ่อนกระดาษคำตอบไว้ภายในอาคาร


advertisement

      เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์และซีพียู 18 ชุด อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลดิจิทัล รายชื่อผู้เข้าสอบที่ถูกกำหนดให้แก้ไขคะแนน รวมถึงสำเนากระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบประมาณ 3,000 ราย


advertisement

      ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีการแก้ไขคะแนนไปแล้วประมาณ 2,000 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ ทั้งกลุ่มนายหน้า ข้าราชการ และผู้เข้าสอบที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

 

      นายเนติพล ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า หลังได้รับเบาะแส เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่ดังกล่าวต่อเนื่อง 3 วัน พบความเคลื่อนไหวของบุคคลเข้าออกผิดปกติ สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขออำนาจศาลเข้าตรวจค้น ก่อนพบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เอกสาร และกระดาษคำตอบที่อยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไข

      ด้าน พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.2 บก.ปปป. ระบุว่า รูปแบบการทุจริตไม่ได้เป็นการลบหรือฝนคำตอบใหม่บนกระดาษโดยตรง แต่เป็นการแก้ไขข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีการคัดแยกรายชื่อผู้ที่จ่ายเงินออกจากผู้สมัครทั่วไป ก่อนนำข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อกำหนดข้อที่ต้องแก้ไข และส่งกลับไปยังจุดต้นทางเพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงผลคะแนน


advertisement

      เจ้าหน้าที่เชื่อว่าขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่เป็น 3 ส่วน ได้แก่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยนายพิชิตถูกระบุว่าเป็นผู้เชื่อมโยงระหว่างทุกส่วน ทำหน้าที่ประสานกับนายหน้าและติวเตอร์ ซึ่งกระจายหาผู้สมัครที่ต้องการเข้าสอบบรรจุราชการทั่วประเทศ

      ส่วนต้นน้ำ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีบุคคลภายในหน่วยงานจัดสอบหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนทำให้ข้อมูลกระดาษคำตอบรั่วไหลหรือไม่ โดยเชื่อว่านายพิชิตไม่น่าดำเนินการเพียงลำพัง และอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157

      สำหรับผู้ที่สอบผ่านและได้รับการบรรจุไปแล้ว ป.ป.ช. จะพิจารณาเป็นรายบุคคล หากพบหลักฐานว่ามีส่วนร่วมในการทุจริต อาจถูกดำเนินการทั้งทางอาญา ทางวินัย และอาจกระทบต่อสถานะการดำรงตำแหน่งตามขั้นตอนกฎหมาย

      อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลใดเพิ่มเติม เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน โดย ป.ป.ช. ระบุว่าการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ถือเป็นหลักฐานสำคัญ และเตรียมดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงผู้ที่จ่ายเงินเพื่อแลกกับการโกงสอบ ซึ่งมีจำนวนหลายพันราย


advertisement

      ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะพิจารณานำเสนอเรื่องดังกล่าวให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รับทราบ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป 

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com 


advertisement