advertisement
กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการราชการ หลัง ป.ป.ช. ร่วมกับ บก.ปปป. เปิดปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยพบข้อกล่าวหาว่ามีการเรียกรับเงินแลกกับการช่วยเหลือให้ผ่านการสอบ สร้างความเสียหายและตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐ
ทุจริตการสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าว รวมถึงการโยกย้ายอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยระบุว่า ได้มอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยดำเนินการตรวจสอบตามระเบียบและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
advertisement
นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ หากหน่วยงานไม่ดำเนินการตรวจสอบก็อาจมีปัญหาได้ พร้อมย้ำว่าการดำเนินการต้องเป็นไปตามความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
ในเมื่อไม่เคยมีใครมาติดต่อผมเลยว่า ขอดูสิมันมีอัตราแบบนี้ ช่วยคนนั้นคนนี้ ผมปิดประตูหมดเลย ผมไม่เคยฝากใครสักคน แล้วทำไมมันมีเรื่องอย่างนี้ ผมก็ไม่รู้ ถ้ายิ่งตามข่าวอ่านแล้วก็จะเป็นลม หัวละ 350,000-700,000 บาท ยังไม่ทันเป็นตำแหน่งอะไรเลย แค่เหยียบเท้าเข้ามาเป็นข้าราชการครั้งแรกในชีวิต เงินเดือนยังไม่ถึง 15,000 บาท คุณต้องมีต้นทุน 350,000 บาทอย่างต่ำ แล้วประเทศไทยมันจะอยู่ได้อย่างไร
advertisement
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องการเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ โดยระบุว่า รู้สึกตกใจกับตัวเลขที่ปรากฏในข่าว หากต้องจ่ายเงินหลายแสนบาทเพื่อแลกกับการได้เข้ารับราชการ ทั้งที่เงินเดือนเริ่มต้นยังไม่สูง ถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อระบบราชการและประเทศ
advertisement
ส่วนกรณีที่อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่ายังไม่ทราบรายละเอียด โดยต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ เชื่อว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และฝ่ายการเมืองไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้
พร้อมยืนยันว่า หากพบการทุจริต การเรียกรับผลประโยชน์ หรือการกระทำผิดกฎหมาย รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ส่วนการถอนรากถอนโคนกระบวนการทุจริตนั้น อาจต้องใช้เวลา แต่ทุกเรื่องที่ไม่ถูกต้องต้องเข้าสู่การตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
เรียบเรียงโดย : thaihitz.com
advertisement
