advertisement
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ประกาศปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (Passenger Service Charge: PSC) จากเดิม 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน เพิ่มขึ้น 390 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569
การปรับอัตราดังกล่าวครอบคลุมท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวงเชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่ ขณะที่ ค่า PSC ผู้โดยสารภายในประเทศยังคงเดิมที่ 130 บาทต่อคน
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ AOT เปิดเผยว่า การปรับค่า PSC ครั้งนี้เป็นไปตามมติคณะกรรมการการบินพลเรือน และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งกำหนดหลักการสำคัญด้านความไม่เลือกปฏิบัติ ความสอดคล้องกับต้นทุน ความโปร่งใส และการรับฟังความคิดเห็นผู้ใช้บริการ รวมถึงเป็นไปตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ก่อนการอนุมัติ AOT ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมส่งข้อมูลต้นทุนให้หน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบอย่างครบถ้วน
advertisement
AOT ยืนยันว่า ค่า PSC ไม่ใช่ภาษี และไม่ใช่รายได้เพื่อแสวงหากำไร แต่เป็นรายได้ที่ใช้เฉพาะในการพัฒนากิจการสนามบิน โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง สะท้อนถึงความโปร่งใสและการกำกับดูแลที่รอบคอบ
ผลการศึกษายังระบุว่า การปรับค่า PSC ไม่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสาร เนื่องจากเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับราคาบัตรโดยสารและค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยรวม
advertisement
คาดว่าการปรับค่า PSC จะช่วยเพิ่มรายได้ให้ AOT ในปีงบประมาณ 2570 ประมาณ 13,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะนำไปลงทุนโครงการสำคัญในอนาคต โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารฝั่งใต้ (South Terminal) มูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท ทั้งนี้ AOT ย้ำว่า การปรับค่า PSC ไม่ได้มุ่งหวังกำไรสูงสุด แต่เพื่อให้โครงสร้างต้นทุนมีความเหมาะสม ลดการพึ่งพาเงินกู้ และลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว
จากการเปรียบเทียบในระดับสากล พบว่า สนามบินกว่า 90% ทั่วโลกจัดเก็บค่า PSC ทั้งผู้โดยสารขาออกและผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง ขณะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประมาณ 5% ที่เก็บเฉพาะผู้โดยสารขาออก ทำให้เสียโอกาสด้านรายได้
advertisement
AOT ระบุว่า เตรียมเสนอแก้ไขกฎกระทรวง เพื่อรองรับการจัดเก็บค่า PSC สำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนลำในอนาคต เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มั่นคง และสนับสนุนเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
นอกจากนี้ สนามบินชั้นนำของโลก เช่น ชางงี และฮีทโธรว์ มีการจัดเก็บ PSC จากผู้โดยสารหลายประเภท ทำให้การเปรียบเทียบเฉพาะค่า PSC ขาออกไม่สะท้อนรายได้ที่แท้จริง
ขณะที่สายการบินมีความเห็นสอดคล้องกับแนวทางการปรับอัตราฯ พร้อมเสนอให้ AOT พัฒนาคุณภาพการให้บริการควบคู่กัน ซึ่ง AOT ได้นำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
advertisement
นางสาวปวีณา กล่าวทิ้งท้ายว่า การปรับอัตราค่าบริการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับต้นทุนและการลงทุนระยะยาว ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการบริการ เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารในอนาคต และผลักดันท่าอากาศยานไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน
เรียบเรียงโดย : thaihitz.com
advertisement
