advertisement

ทำร้านกาแฟ 4เดือน จากลูกค้าแน่นปีนี้ไม่เหลือลูกค้าสักคน


advertisement

      เป็นกระทู้ที่คนทำธุรกิจทั้งหลาย เห็นแล้วต้องแวะเข้ามาอ่านจริงๆค่ะ หลังจากที่สมาชิกพันทิป หมายเลข 5751173 ได้ออกมาเล่าเรื่องราวกิจการร้านกาแฟของตนเอง ที่เปิดมาได้ 4 เดือน ในช่วงแรกลูกค้าแน่น แต่หลังๆมาเริ่มน้อยลง จนตอนนี้ไม่มีคนเข้าร้าน โดยเขาได้ระบุว่า….

       "เปิดร้านกาแฟมา 4 เดือน ยอดหดลงทุกวันถึงกระทั่งไม่มีลูกค้าแม้แต่คนเดียวมาได้ 2 อาทิตย์แล้ว สวัสดีครับ ทุกคน ผมขอแนะนำตัวในฐานะสมาชิกใหม่แห่ง Pantip ตัวผมเป็นเจ้าของร้านกาแฟ ณ ที่แห่งหนึ่ง ในภาคอีสาน ก่อนเปืดร้าน ได้ศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจกาแฟมาบ้าง และเล็งพื้นที่ ที่เป็นทางผ่านไปยังจังหวัดใหญ่ๆ(เพราะที่ถูกกว่าในเมืองมาก) ขับรถผ่านทุกวัน เพื่อสังเกตรถที่ผ่านในแต่ละวัน ก็มีเยอะพอสมควร รถวิ่งหลัก 1000 คันต่อวันได้

        โดยก่อนเปิดร้าน ก็ไปเรียนสูตร กาแฟ เครื่องดื่มร้อน/เย็น/ปั่น มา 4 ที่ แต่ละที่ก็สูตรต่างกันไป โดยผมเอาสูตรแต่ละที่ ที่เด่นที่สุดมามิกซ์ในร้าน
และเมล็ดกาแฟ ถ้าหาก หลังคั่วเกินเดือนแล้ว ขายไม่หมด ก็จำใจ ยอมไม่เอาเมล็ดกาแฟมาขาย ลงทุนกับร้านนี้ไปเยอะมาก และผลตอบรับลูกค้าโดยก่อนเปืดร้าน 2 เดือน ผมยอมขาดทุนโดยการเอาของมาทำแจกจ่ายให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาภายในร้าน และ คนในหมู่บ้านรอบข้างที่เข้ามา ผลตอบรับก็ดีพอสมควร


advertisement
 

       จึงได้ทำการกำหนดเปืดร้านของจริง เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานี้ เเรกๆคนก็เข้ามา หลัก 40-50 คน ในวันเสาร์-อาทิตย์ วันธรรมดาก็มีมาบ้าง 20-30 คน ซึ่งก็ทำใจไว้แล้วว่าแรกๆอาจจะขายไม่ดี แต่ก็มีผ่านมาบ้าง ลูกค้าใหม่ ก็เริ่มเป็นลูกค้าประจำ เราก็ขายด้วยความใจรักในร้าน + วัตถุดิบคัดสรรเกรดพรีเมี่ยม มาให้ลูกค้าในราคาที่เราไม่เจ็บมาก ถึงแพงหน่อยไม่คุ้มค่าไฟ ก็เอาจำนวนลูกค้าดีกว่าขายแพง

      ราคาต้นทุน ค่าแก้ว 6 บาท หลอด 0.5 บาท เมล็ดกาแฟ(จากเชียงราย) 7.68 บาท (กิโลละ 480 รวมส่ง) ค่าไฟ+ค่าน้ำ 10 บาท ค่านมที่ผสมลงไปในแก้ว 5 บาท ค่าน้ำแข็ง 0.5 ยังไม่รวมค่าพนักงาน 1 คน กับค่ากระดาษทิชชู่ น้ำตาล และใบเสร็จ อินเทอร์เน็ต กับระบบ ที่เสียไปในแต่ละเดือน รวมๆแล้วต้นทุน สูง แต่ขายในราคา กาแฟร้อน 45 เย็น 50 ปั่น 55 สำหรับ คาปู ลาเต้ เอสขาย 40-45-50 อเมริกาโน่ 40-45

​      ขนมเค้กเรารับมา ขายไม่หมดก็เจ็บตัว จนหลังๆ รับมาน้อยมากถึงไม่รับมาเลย เมนูชาต่างๆ ก็ 45-50 ซึ่งตอนขายคิดแค่ว่า เราอยากทำวัตถุดิบดี ให้ลูกค้า ดีกว่าเอาวัตถุดิบเกรดไม่ดี มาขายในราคาแพง และภายในร้าน เป็นโซฟาทุกที่นั่งเพื่อ เอาใจคนที่เดินทางเหนื่อยก็แวะพักได้ นอนได้นั่งได้ตามสบาย ผลตอบรับ 3 เดือนแรก เกินคาดหวัง เพราะมีคนมาแวะทุกวัน ตั้งแต่เช้ายันเย็น แต่ตั้งแต่เริ่มเดือนกุมภาพันธ์ ลูกค้า มาคน-2 คน จนกระทั่ง ไม่มีเลย ตอนนี้ ความรู้สึกมันจุกอยู่ที่อกมากครับ จะร้องก็ร้องไม่ออก พยายามคิดสูตรใหม่ๆ อยากนำเมนูใหม่ๆเข้ามา จนกระทั่งไม่มีลูกค้า เลยหมดกำลังใจ ในการทำไปเลยครับ ถ้าสิ้นปียังยอดไม่ดีขึ้น คงต้องจำใจออกจากตรงนี้ถึงแม้ใจจะรักมันแค่ไหนก็ตาม"

      เรื่องราวของเขา ได้รับคำแนะนำมากมายจากสมาชิกพันทิปท่านอื่นๆ ซึ่งบางส่วนมองว่า ตอนนี้ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวซบเซาลงหมด เพราะคนกลัวในเรื่องของไวรัสโคโรน่า และฝุ่นPM2.5 อาจจะต้องรอช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่อาจจะดีขึ้นบ้าง นอกจากนี้ยังมองไปถึงปัจจัยที่อาจจะมาจากตัวร้านเอง ที่มีราคาเครื่องดื่มสูง หากเทียบกับร้านกาแฟชื่อดังตามปั๊ม ที่คนอาจจะติดในชื่อเสียง และมีปั๊มให้เติมน้ำมัน มีห้องน้ำให้ใช้บริการ หรืออาจจะด้วยลักษณะร้านที่ไม่โดดเด่นก็มีส่วน บางคนมองไปถึงราคาที่อาจจะสูง สำหรับคนบางกลุ่มที่ไม่ได้มีกำลังทรัพย์ในการซื้อวัตถุดิบที่ดีมากมาย และหลายคนยังแนะนำให้ลองทำบริการส่งถึงที่ แจกเมนูเอาไว้ตามสำนักงาน สถานที่ราชการ ก็อาจจะช่วยเพิ่มยอดขายได้

ความคิดเห็นจากชาวเน็ต ​


advertisement
 ชาวเน็ตช่วยแนะไอเดีย

       การทำธุรกิจในตอนนี้ก็เหมือนกับการแข่งขัน ใครที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากกว่า ก็จะสามารถอยู่รอด ซึ่งทุกธุรกิจอาจจะต้องมีการปรับตัวตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจไปเรื่อยๆ

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com ขอขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป หมายเลข 5751173


advertisement