advertisement
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงสถานการณ์การเกิดของประชากรที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของหลายประเทศทั่วโลก โดยระบุว่า หากยังไม่มีมาตรการรองรับอย่างเป็นรูปธรรม ภายในปี 2643 ประเทศไทยจะติดหนึ่งใน 23 ประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเด็กเกิดน้อยรุนแรงที่สุดของโลก การลดลงของจำนวนประชากรในวัยแรงงานอาจส่งแรงสั่นสะเทือนต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ ระบบแรงงาน และการพัฒนาประเทศในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในส่วนของการแก้ไขปัญหา กระทรวงแรงงานได้เดินหน้าผลักดัน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา นับเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับและปรับปรุงกฎหมายแรงงานไทยให้สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน โดยเพิ่มสิทธิการลาคลอดบุตรจากเดิม 98 วัน เป็น 120 วัน พร้อมกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างการลาคลอดในอัตราเท่ากับวันทำงานปกติ ไม่เกิน 60 วัน
นอกจากนี้ กฎหมายฉบับดังกล่าวยังขยายสิทธิด้านสวัสดิการครอบครัวให้ครอบคลุมมากขึ้น อนุญาตให้ลูกจ้างสามารถลาหยุดเพื่อดูแลบุตรที่เจ็บป่วย พิการ หรือมีความผิดปกติ ได้เพิ่มอีกไม่เกิน 15 วัน โดยได้รับค่าจ้างร้อยละ 50 อีกทั้งเป็นครั้งแรกที่กฎหมายไทยเปิดทางให้คู่สมรสสามารถลาช่วยภรรยาคลอดบุตรได้ไม่เกิน 15 วัน พร้อมรับค่าจ้างเต็มจำนวน รวมถึงขยายความคุ้มครองไปถึงลูกจ้างจ้างเหมาบริการในหน่วยงานของรัฐ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านค่าแรง วันหยุด และการลาในระดับเดียวกับลูกจ้างทั่วไป
advertisement
–
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยังได้กำชับให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เร่งประสานงานผ่านเครือข่ายสวัสดิการแรงงานทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่สถานประกอบการและนายจ้าง ให้ปฏิบัติตามสิทธิลาคลอดและสิทธิแรงงานตามกฎหมายใหม่อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มาตรการดังกล่าวเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง และช่วยเสริมความมั่นคงให้กับครอบครัวแรงงานไทยในอนาคต
advertisement
เรียบเรียงโดย : thaihitz.com
advertisement
