advertisement

พระสงฆ์ปิดผนึกหีบบรรจุข้อสอบบาลีสนามหลวง ชาวเน็ตเห็นแล้วอยากนิมนต์มาเป็น กกต.


advertisement

      ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับกระบวนการนับคะแนนและการจัดการหน่วยเลือกตั้งในหลายพื้นที่ จนประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงมาตรฐานของอุปกรณ์และขั้นตอนที่ใช้ในวันเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นหีบบัตร คูหาเลือกตั้ง หรือการจัดเก็บและขนย้ายบัตรเลือกตั้ง

      หนึ่งในประเด็นที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก คือกรณีการใช้เชือกฟางแทนเคเบิลไทร์ในการปิดล็อกหีบบัตร ซึ่งถูกมองว่าอาจส่งผลต่อความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง สะท้อนความกังวลของสังคมต่อมาตรฐานและความเข้มงวดในการดูแลบัตรเลือกตั้งที่ถือเป็นหัวใจของประชาธิปไตย

      ล่าสุด โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากเพจ “บาลีคิดง่าย ๒๕๖๘” ที่เผยให้เห็นขั้นตอนการผนึกหีบบรรจุข้อสอบบาลีสนามหลวง ประจำปี 2569 โดยในคลิปปรากฏกระบวนการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม ตั้งแต่การบรรจุเอกสารลงในซองปิดสนิท การซีลพลาสติกหลายชั้น ไปจนถึงการล็อกหีบด้วยอุปกรณ์เฉพาะที่ต้องใช้เครื่องมือในการผนึกอย่างแน่นหนา พร้อมมีพระสงฆ์ร่วมตรวจสอบขั้นตอนอย่างเป็นระบบ


advertisement

ผนึกหีบบรรจุข้อสอบบาลีสนามหลวง ปี ๒๕๖๙ 

ขั้นตอนการผนึกหีบบรรจุข้อสอบบาลีสนามหลวง ประจำปี 2569 


advertisement


advertisement

กระบวนการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม ตั้งแต่การบรรจุเอกสารลงในซองปิดสนิท 

ล็อกหีบด้วยอุปกรณ์เฉพาะที่ต้องใช้เครื่องมือในการผนึกอย่างแน่นหนา 


advertisement

      หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากในเชิงเปรียบเทียบกับกระบวนการเลือกตั้ง เช่น “เรียก กกต. มาดูงาน”, “ปลอดภัยกว่าหีบเลือกตั้งอีก”, “กกต. น่าจะมาศึกษาดูงานเรื่องการบรรจุหีบเลือกตั้ง”, รวมถึงคำถามเกี่ยวกับงบประมาณ เช่น “อยากทราบว่าใช้งบไปเท่าไร เห็น กกต. ใช้งบกว่า 6 พันล้านบาท” และความเห็นเชิงเสียดสีว่า “นิมนต์พระสงฆ์มาทำหน้าที่แทน กกต. ได้ไหม” หรือ “อาจต้องให้พระมาควบคุมการนับคะแนน”

นิมนต์พระคุณเจ้ามาคุมเลือกตั้ง 

 

กกต.มาดูงานหน่อยสิ

– 

คลิกเพื่อ >>>ชมคลิป<<<

      กระแสเปรียบเทียบดังกล่าวสะท้อนความคาดหวังของประชาชนต่อมาตรฐานความโปร่งใสในการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นรากฐานของประชาธิปไตย ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งจึงไม่ใช่เพียงเรื่องเทคนิคหรืออุปกรณ์ แต่เป็นเรื่องของความไว้วางใจที่รัฐและองค์กรอิสระต้องพิสูจน์ให้สังคมเห็นอย่างเป็นรูปธรรม  

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com  ขอขอบคุณข้อมูลจาก บาลีคิดง่าย ๒๕๖๘ 


advertisement