advertisement
จากเหตุการณ์เครนก่อสร้างของบริษัทผู้รับเหมาในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และกุดจิก–โคกกรวด หล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 ขณะกำลังแล่นผ่านช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ รถไฟตกราง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมถึงผู้เสียชีวิตจำนวนมาก อีกทั้งยังทำให้การเดินรถในเส้นทางดังกล่าวต้องหยุดชะงัก
เครนก่อสร้างทับรถไฟ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มกราคม นายสมใจ อายุ 55 ปี ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา หนึ่งในผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือผู้โดยสารหลังเกิดเหตุ เปิดเผยถึงนาทีชีวิตที่ตัดสินใจฝ่าเปลวไฟเข้าไปช่วยผู้ประสบภัยภายในตู้โดยสารที่ 3 ของขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี
advertisement
คุณลุงสมใจ
นายสมใจเล่าว่า ขณะนั้นเห็นไฟลุกไหม้อยู่บริเวณตู้ที่ 3 จึงรีบวิ่งเข้าไปใช้ก้อนหินทุบกระจกและเข้าไปภายในทันที ภาพแรกที่พบคือร่างผู้เสียชีวิตถูกไฟไหม้เกรียมประมาณ 4 ร่าง นอนทับร่างเด็กชายอายุราว 6–7 ปี ซึ่งยังมีสติและร้องขอความช่วยเหลือ ใกล้กันมีแม่ของเด็กนั่งอยู่และบอกกับตนว่า “ไม่ต้องห่วงหนู ช่วยลูกหนูก่อน”
advertisement
advertisement
–
ด้วยความเร่งด่วน นายสมใจจึงรีบเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตและเก้าอี้ที่ทับเด็กออก ก่อนจะลากเด็กออกมาจากตู้รถไฟได้อย่างปลอดภัย จากนั้นจึงย้อนกลับเข้าไปช่วยเหลือแม่ของเด็ก ซึ่งทั้งสองคนปลอดภัยดี ก่อนที่เขาจะเดินหน้าช่วยเหลือผู้โดยสารรายอื่น ๆ ต่อ ช่วยออกมาได้ 5 คน
advertisement
นายสมใจยอมรับว่า ในวินาทีนั้นรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก เนื่องจากเปลวไฟอยู่ห่างจากตัวเพียงประมาณหนึ่งเมตรกว่า ๆ แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะจากเด็ก จึงตัดสินใจฝืนความกลัวเข้าไปช่วยเหลือทันที โดยตนเองได้รับบาดเจ็บเพียงอาการเจ็บขาเล็กน้อยเท่านั้น
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจและความกล้าหาญของประชาชนธรรมดาที่ไม่ลังเลจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้อื่นในยามคับขัน ท่ามกลางสถานการณ์อันตรายและความสูญเสีย นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างกำลังใจและย้ำเตือนถึงพลังของความเสียสละในสังคมไทย
เรียบเรียงโดย : thaihitz.com ขอขอบคุณข้อมูลจาก @ch7hd_news
advertisement
