advertisement

พลิกมุมมองใหม่ คนเปลี่ยนไอโฟนทุกปี ไม่ใช่คนรวย แต่อาจคุ้มแบบไม่คาดคิด


advertisement

        เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ถือว่า มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจริง ๆ ค่ะ สำหรับแบรนด์ iPhone ที่มีการพัฒนามาถึง iPhone 14 แล้ว ซึ่งสาวกไอโฟนก็มีการติดตามกันอยู่เสมอ และได้รับการตอบรับที่ดี ในขณะที่หลายคนมองว่า คนที่เปลี่ยนไอโฟนไปเรื่อย ๆ ต้องเป็นคนที่มีเงินมากพอ เพราะไอโฟนมีการตั้งราคาเปิดตัวที่สูง

        แต่ความคิดนั้นอาจจะไม่จริงเสมอไป หากได้ลองคิดในมุมมองที่กลับกัน โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Poohpung Polwat ได้ออกมาให้มุมมองใหม่ ๆ ระบุว่า….

        "คนเปลี่ยน iPhone ทุกปี ไม่ใช่คนรวย  เปิดหัวมาแบบนี้เพราะว่ามีหลายคนคงมีชุดความคิดแบบนี้อยู่ ซึ่งจะขอแชร์แนวทางตามทฤษฏีที่มีหลากหลายคนทำกันเป็นเรื่องปกติ ให้ได้รู้กัน

        รู้ไหมว่า apple ออกแบบการซื้อไอโฟน ให้เหมือนการ “เช่าซื้อ” มือถือของเราไม่ใช่ของเรา เมื่อคุณใช้ครบปี คุณต้องเปลี่ยน (ถ้าไม่เปลี่ยน apple ก็ขายของไม่ได้) เราจะเปรียบเทียบคน 2 คน ที่มีพฤติกรรมการใช้ไอโฟนที่แตกต่างกัน

        นายเอ ใช้ไอโฟน iPhone x มาเป็นระยะเวลา 5 ปี จนตอนนี้ไอโอนของเขาไม่สามารถอัพเดทอะไรได้อีกแล้ว แล้วอยู่ในสภาพที่ผ่านการใช้งานมาหนัก อาจจะมีอาการแบตเสื่อม ตัวรับสัญญาณไวไฟใช้งานไม่ได้ เครื่องค้าง และอืด จนไม่สามารถขายต่อได้ มูลค่าเครื่อง iPhone x = 0 บาท นายเอ ตัดสินใจซื้อ iPhone 14 Pro 256 gb เครื่องใหม่ ในมูลค่า 45,900 บาทด้วยราคาเครื่องเปล่า หรือติดโปร (ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างโปร 5G Unlimit) จะได้ส่วนลดค่าเครื่อง 6,200 บาท นายเอ จะต้องจ่ายค่าไอโฟนเครื่องใหม่ในราคา 39,700 นั้นหมายความว่านายเอจะต้องจ่ายตังซื้อไอโฟนเครื่องใหม่ในราคา 39,700 – 45,900 บาทในทุกๆ 5 ปี ตกปีละ 7,940 – 9,180 บาท

        ในระหว่างที่นายเอ โดน เป็นหมื่นแบบจุกๆ เรามาดูนายบีกัน

        นายบีใช้ iPhone 13 Pro 256 gb และเปลี่ยนทุกปี ในปีนี้จะเปลี่ยนเป็น 14 Pro 256 gb ในราคาเท่านายเอ คือ 39,700 บาท นายบีขายเครื่องเก่าได้ราคา 34,000 บาท (อ้างอิงราคาในกลุ่ม iPhone Market) ไม่เพียงแค่นั้น นายบี อาจจะมีบัตรเครดิต ที่มี cash back ซึ่งแต่ละค่าย ได้ 5% – 7% นายบี ยังไม่หยุด เพราะถ้าหากย้ายค่าย ได้ลดอีก 1,000 บาท

         สรุปนายบีได้ iPhone 14 Pro 256 gb ในราคา 39,700 – 1,000 – 1,935(cash back บัตรเครดิต 5%) – 34,000 (ขายเครื่องเก่า) = 2,765 บาท นายบี ได้ใช้มือถือใหม่ทุกปี ที่มีประกัน ไม่ต้องห่วงเรื่องเครื่องพัง ได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆทุกปี ในราคาปีละ 2,765 บาท ทำแบบนี้ทุกปี

        เห็นข้อแตกต่างกันไหมครับ ว่าใครฉลาดใช้เงินมากกว่ากัน

        นายเอ – ทนใช้เครื่องเก่าจนพังคามือ

        นายบี – ได้ใช้เครื่องใหม่มีประกันและได้เทคโนโลยีใหม่ทุกปี

        นายเอ – มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการใช้ไอโฟน ปีละ 7,940 บาท

        นายบี – จ่ายเพียงปีละ 2,765 – 3,765 บาท (กรณีไม่ย้ายค่าย)

        นายเอ – ต้องคอยมาดูแลเครื่องเปลี่ยนแบต และเซ็งกับ ios ที่พัฒนาทุกปี แต่เครื่องตัวเองรับไม่ไหว

        นายบี – แบตเสื่อมเหรอ เคลมสิ ฟรี ios ใหม่มาเหรอ อัพดิ ได้หมด

        นายเอ – เล่นเกมกระตุก หงุดหงิด ปรับกราฟิกเต็มที่ไม่ได้ เครื่องค้าง

        นายบี – ใส่ไปเลยเต็มที่ เครื่องแรงเสมอ

        อธิบายมาถึงตรงนี้ ทุกคนคงเลิกคิดกันได้แล้วว่า คนเปลี่ยน iPhone ทุกปี ไม่ใช่ “คนรวย” แต่เป็นคน “ฉลาดใช้” มากกว่า

        #iPhone #ฉลาดใช้

        ***เพิ่มเติมข้อมูล

        ราคาขายเครื่องมือ 2 ตอนนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพเครื่อง อุปกรณ์ กล่อง และสุขภาพแบต ราคาตอนนี้อยู่ที่ 30,000 – 34,000 บาท แล้วแต่เครื่อง ซึ่งคำนวณแล้วยังไงก็ยังไม่ถึงราคาที่นายเอ จ่ายไปครับ" 

         ทฤษฎีเปลี่ยนไอโฟนทุกปี ถือว่าน่าสนใจ เพราะไอโฟนที่มีการใช้งานไม่นาน ตัวเครื่องมือสองจะยังคงมีราคาที่สูงอยู่ คนที่เปลี่ยนบ่อย จึงสามารถขายเครื่องเก่าได้ราคา และเปลี่ยนไปใช้เครื่องใหม่ได้เสมอ 

        สำหรับหลายคนก็อาจจะเป็นเรื่องที่คุ้มค่า หากได้ใช้ไอโฟนที่ทันสมัยอยู่เรื่อย ๆ โดยที่จ่ายค่าส่วนต่างไม่มากนัก แต่สำหรับบางคน การเปลี่ยนโทรศัพท์สักครั้งก็เป็นเรื่องใหญ่เช่นกัน

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com ขอขอบคุณข้อมูลจาก Poohpung Polwat 


advertisement