advertisement
ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเหตุเด็กชายชั้น ป.3 ถือมีดวิ่งไล่ครูภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อวางมาตรการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านตัวเด็ก ครอบครัว คุณครู และนักเรียนในโรงเรียน
ถือมีดวิ่งไล่ครู
นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ได้ลงพื้นที่โรงเรียนเกิดเหตุ พร้อมประชุมร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บ้านพักเด็กและครอบครัว รวมถึงทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยาโรงพยาบาลสกลนคร เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยยังได้ร่วมพูดคุยผ่านระบบวิดีโอคอลกับนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรายงานแนวทางแก้ไขปัญหา
advertisement
ผลการประเมินจากทีมสหวิชาชีพพบว่า เด็กมีปัญหาด้านสมาธิและพฤติกรรมก้าวร้าวสะสมมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล แต่ไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสภาพแวดล้อมในครอบครัวที่มีความเสี่ยง โดยนักจิตวิทยาประเมินว่าเด็กมีภาวะดื้อต่อต้าน (Oppositional Defiant Disorder) ซึ่งส่งผลให้ควบคุมอารมณ์ได้ยากและมีพฤติกรรมต่อต้านผู้ใหญ่
จังหวัดจึงประสานผู้ปกครองเพื่อนำตัวเด็กส่งเข้ารับการรักษาอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่น ขณะที่พ่อของเด็กจะถูกส่งเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูที่ “บ้านพักใจ” เพื่อตัดวงจรยาเสพติดและปรับสภาพแวดล้อมภายในครอบครัวให้เหมาะสมต่อการดูแลเด็กในระยะยาว
advertisement
ด้านกระทรวงศึกษาธิการเห็นชอบให้คุณครูผู้ได้รับผลกระทบไปช่วยราชการในพื้นที่ภูมิลำเนาเดิม เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ หลังเหตุการณ์สร้างความหวาดผวาและยังคงเป็นบาดแผลทางความรู้สึก แม้ว่าครูสาวจะยืนยันว่าไม่ได้โกรธเด็กและยังเป็นห่วงอนาคตของลูกศิษย์ก็ตาม
advertisement
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมติดตามสถานการณ์ คุณครูได้ร้องไห้ออกมาด้วยความสะเทือนใจและขอออกจากห้องประชุมไปพักอารมณ์ เนื่องจากเหตุการณ์ยังฝังใจ โดยมีทีมแพทย์ นักจิตวิทยา และผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครเข้าให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด
–
advertisement
ขณะเดียวกัน จังหวัดยังได้มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนจัดกิจกรรมฟื้นฟูสภาพจิตใจนักเรียนทั้งโรงเรียน รวมถึงพาทัศนศึกษาเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีและลดผลกระทบทางอารมณ์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยย้ำว่าจะติดตามการรักษาเด็กและการดูแลคุณครูอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยและความผาสุกของทุกฝ่ายในสถานศึกษา
เรียบเรียงโดย : thaihitz.com
advertisement
