advertisement

มีที่ดินไม่ได้แปลว่ารวย ยายวัย 70 น้อยใจรัฐ มีที่ดิน 20 ไร่แต่ไม่มีเงิน ชวดสิทธิบัตรคนจน


advertisement

     ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเฉพาะกรณีที่บุตรหลานนำชื่อบิดามารดาไปใช้ลดหย่อนภาษีจนทำให้พลาดสิทธิ์รับสวัสดิการ ล่าสุดยังพบว่ามีกลุ่มเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขการถือครองที่ดิน แม้จะมีฐานะยากจน แต่กลับไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา

     นางลำไย อายุ 70 ปี ชาวบ้านตำบลทุ่งนายไทย อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า ตนมีชื่อถือครองที่ดินทำกินประมาณ 20 ไร่ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ ไม่ได้เกิดจากการซื้อหาหรือสะสมทรัพย์สินด้วยตนเอง อีกทั้งยังไม่สามารถขายที่ดินดังกล่าวได้ เนื่องจากต้องการเก็บรักษาไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานในอนาคต

– 


advertisement

     แม้จะมีที่ดินเป็นของตนเอง แต่สภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบันกลับสวนทางกับภาพที่หลายคนเข้าใจ โดยครอบครัวต้องดูแลสมาชิกภายในบ้านรวม 5 ชีวิต ไม่มีรายได้ประจำ และมีรายได้แน่นอนเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาทเท่านั้น

     บริเวณบ้านมีการปลูกพืชผักสวนครัว เช่น ถั่วฝักยาว แตงไทย และถั่วลิสง เพื่อใช้บริโภคภายในครัวเรือน ลดภาระค่าใช้จ่ายจากการซื้ออาหารในแต่ละวัน ขณะที่การทำนาในปัจจุบันต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่ปรับตัวจากกระสอบละประมาณ 800 บาท เป็นกว่า 1,400 บาท ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากต้องแบกรับภาระหนี้สิน


advertisement


advertisement

     นางลำไย ระบุว่า ครอบครัวมีภาระหนี้ทั้งจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกองทุนหมู่บ้าน บางปีประสบภาวะขาดทุนจากการทำเกษตร จนต้องออกไปรับจ้างทั่วไป ได้ค่าแรงเพียงวันละ 200 บาท และไม่ได้มีงานทำทุกวัน

     “มีที่ดินไม่ได้แปลว่ารวย เรามีที่ดินแต่ไม่มีเงินทอง บางคนไม่มีที่ดินแต่ลูกหลานส่งเงินให้ใช้ หรือบางคนมีเงินเดือนประจำก็ยังได้รับสวัสดิการ แต่คนที่ทำเกษตรจริง ๆ กลับไม่ได้รับสิทธิ” นางลำไย กล่าวด้วยความน้อยใจ

     สำหรับเงินสวัสดิการแห่งรัฐเพียงเดือนละ 300 บาทนั้น นางลำไยมองว่าเป็นความช่วยเหลือที่มีความหมายอย่างมาก เพราะสามารถนำไปใช้ซื้อน้ำมัน เนื้อสัตว์ และของใช้จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้


advertisement

     ทั้งนี้ นางลำไยอยากฝากถึงภาครัฐให้พิจารณาหลักเกณฑ์การคัดกรองจากรายได้และสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง มากกว่าการพิจารณาจากการถือครองที่ดินเพียงอย่างเดียว เนื่องจากการมีที่ดินทำกินไม่ได้สะท้อนถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจเสมอไป โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com   


advertisement