advertisement

แม่กุมขมับ ลูกเงินเดือนดี อยากลาออกมาเรียนต่อ ขอเงินเก็บเป็นทุน


advertisement

       คุณแม่ท่านหนึ่งได้ตั้งกระทู้ปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับลูกชาย ที่ต้องการนำเงินเก็บของเธอมาใช้เป็นทุนเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งตัวเธอนั้นไม่ได้มีเงินมากมายต้องหาเช้ากินค่ำ ควรแก้ปัญหานี้อย่างไรดี

       โดยคุณแม่เล่าว่า สามีได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ลูกชายอยู่ชั้นมัธยมปลาย ทำให้เธอต้องทำงานคนเดียว ตอนนี้มีเงินเก็บประมาณ 1 แสนบาท ลูกชายบอกว่าอยากนำเงินส่วนนี้ไปใช้เรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่เธออยากให้ลูกชายทำงานต่อ

ปัจจุบันลูกชายทำงานเงินเดือนประมาณ 3 หมื่นแต่ไม่มีเงินเก็บ เธอไม่เคยร้องขอให้ลูกส่งเงินมาให้ใช้ เพราะมองว่าแค่ลูกดูแลตัวเองก็เพียงพอ ส่วนเธอทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่ง เงินรายวัน ไม่มีสวัสดิการ เช่าห้องแถวอยู่ อาศัยประหยัดเก็บหอมรอมริบเอา ซึ่งเงินเก็บส่วนนี้ไม่ได้บอกใครเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

เมื่อลูกชายรู้ว่าเธอมีเงินเก็บ ลูกบอกว่าจะลาออกจากงานและเรียนต่อ พร้อมทั้งขอใช้เงินเก็บของเธอมาเป็นทุน เธอค่อนข้างลำบากใจในเรื่องนี้ เพราะมีแม่ชราที่ต้องเลี้ยงดู เงินก้อนนี้คือเงินเก็บทั้งชีวิตเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินเลี้ยงดูพวกเธอ 3 คน ใจร้ายเกินไปไหมหากไม่อยากให้เงินก้อนนี้กับลูก


advertisement

ด้านความคิดเห็นของชาวเน็ตส่วนใหญ่มองว่า ให้แม่ก็คุยกับลูกว่า "ให้สอบเข้ามหาลัย ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นแม่ออกให้ก่อนหลังจากนั้นให้เขาต่อยอดเอาด้วยการกู้ กยศ. แล้วก็ชี้แจงรายละเอียดให้เขาดูถึงความจำเป็นของแม่ว่ามีเงินเท่านี้จริงๆ ต้องเก็บไว้เลี้ยงดูยายด้วย เรื่องดูใจร้ายนะ ใจร้ายแน่นอนเพราะพ่อแม่ไม่พร้อมในการมีลูก และไม่สามารถให้ชีวิตพื้นฐานลูกในเบื้องต้นได้ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วต้องอธิบายให้เข้าใจสถานการณ์ครอบครัว"     

"นึกออกอยู่สองทางค่ะ หนึ่งคือไม่ให้ เพราะเงินออมสำคัญมากต่อทั้งสามคน สองคือแบบประนีประนอม ให้ลูกครึ่งหนึ่งเพื่อใช้ในการเรียนโดยที่แม่จะไม่ได้ช่วยอีก ส่วนที่เหลือให้ลูกหาด้วยตัวเอง จขกท เอง พยายามเก็บเงินต่อไปค่ะ"


advertisement

"สอนลูกให้ดูแลชีวิตตัวเองได้เเล้ว ลูกหาเงินได้ก็ให้รู้จักเก็บ รู้จักใช้ ทำงานไปเรียนไป หัดวางแผนชีวิต และอนาคตตัวเองให้เป็น"

       จะเห็นได้ว่า ถ้าหากคุณแม่อยากช่วยลูกชายก็ช่วยแค่บางส่วน เช่น ช่วยออกค่าแรกเข้า ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ส่วนที่เหลือก็อาจให้ลูกชายกู้กยศ. หรือหาทุนเรียนต่อได้ ซึ่งเป็นความคิดเห็นของชาวเน็ตแต่เหนือสิ่งอื่นใดแม่ควรตัดสินใจด้วยตนเองและนำคำแนะนำของชาวเน็ตมาเป็นแนวทางในการตัดสินใจด้วย

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com ขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ Pantip และ สมาชิกหมายเลข 7164147


advertisement