advertisement

ชาวเน็ตเดือด หลังสาวโพสต์ฟาด ถนนเป็นของรถ ไม่ใช่ที่เดินของพระ ปมเหตุสลดรถชนพระธุดงค์


advertisement

     จากเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดขึ้นในจังหวัดมุกดาหาร เมื่อเด็กชายวัย 11 ปี ขับรถกระบะพุ่งชนคณะพระสงฆ์ที่กำลังเดินธุดงค์ ส่งผลให้พระมรณภาพ 8 รูป และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายรูป สร้างความโศกเศร้าไปทั่วประเทศ ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

      ล่าสุด โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์แสดงความคิดเห็นถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า…

         "ถนนของรถ ไม่ใช่ที่เดินของพระ ต่อให้เด็กไม่ชน วันนี้วันหน้า ยังมีคนเมา คนเบรกแตก คนวูบเพราะโรค #หยุดเดินธุดงข้างทางได้แล้ว"


advertisement

       ข้อความดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลายคนมองว่าเป็นการเหมารวมและโยนความผิดให้กับพระสงฆ์ ทั้งที่เหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และมีผู้สูญเสียจำนวนมาก

ทั้งนี้ หากพิจารณาตามหลักกฎหมายจราจรของไทย ในกรณีที่ไม่มีทางเท้าหรือทางเดินสำหรับคนเดินเท้า ผู้เดินเท้าสามารถใช้ไหล่ทางได้ โดยควรเดินชิดขอบทาง และโดยหลักความปลอดภัยนิยมเดิน ชิดด้านขวา หรือเดินสวนทิศทางรถ เพื่อให้มองเห็นรถที่วิ่งสวนมา และสามารถหลบหลีกได้ทันท่วงที ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ


advertisement


advertisement

      ขณะที่การเดินธุดงค์ของพระสงฆ์นั้น เป็นข้อวัตรปฏิบัติที่สืบทอดกันมายาวนานในพระพุทธศาสนา เป็นการจาริกเพื่อฝึกความอดทน ความเรียบง่าย และการปฏิบัติธรรม โดยเมื่อจำเป็นต้องใช้ถนน พระสงฆ์ก็มักเดินเรียงแถวเป็นระเบียบ ชิดไหล่ทาง และเดินสวนทางกับรถ เพื่อให้มองเห็นรถที่กำลังวิ่งเข้ามาได้ชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากผู้รอดชีวิตในเหตุการณ์ที่ระบุว่า คณะพระกำลังเดินชิดไหล่ทางด้านขวา และสามารถเห็นรถที่เสียหลักพุ่งเข้ามาได้ ทำให้พระบางส่วนหลบทัน ขณะที่รถยังพุ่งเข้าชนคณะพระที่เหลืออย่างรุนแรง

– 


advertisement

– 

– 

– 

      ภายหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง พร้อมระบุว่าถนนเป็นพื้นที่สาธารณะที่ผู้ใช้รถและคนเดินเท้าต่างมีสิทธิใช้ร่วมกัน ภายใต้กฎหมายและความระมัดระวัง ไม่ใช่เป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พร้อมเรียกร้องให้เคารพผู้สูญเสีย และรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนสรุปหรือกล่าวโทษฝ่ายใด ทำให้เจ้าของโพสต์รายนี้ถูกกระแสทัวร์ลง อย่างหนักจากโลกออนไลน์ 

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com 


advertisement