advertisement

วันนี้หนักกว่าเดิม เตือนฉบับ 6 พายุฤดูร้อนถล่ม 32 จังหวัด ลมแรง-ลูกเห็บมาแน่


advertisement

       วันที่ 17 เม.ย.2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 20 เมษายน 2569) ฉบับที่ 6 (25/2569) ความว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน

       จากนั้นภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคเหนือ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และอ่าวไทยตอนบน มีกำลังแรงขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด

       ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

       จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา จะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.

       กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 5 พายุฤดูร้อน วันนี้หนักกว่าเดิม ฝนถล่ม ลมแรง ลูกเห็บตก 32 จังหวัด กทม. โดนเต็มๆ

       พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ พายุฤดูร้อน


advertisement


advertisement

       วันที่ 17 เม.ย.2569

       จังหวัดมีความเสี่ยงสูง

       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดยโสธร อํานาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

       ภาคตะวันออก : จังหวัดสระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

       จังหวัดมีความเสี่ยงปานกลาง

       ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และตาก
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดมุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครราชสีมา และบุรีรัมย์
       ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก และปราจีนบุรี
       ภาคกลาง : จังหวัดลพบุรี และสระบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล


       วันที่ 18 เม.ย.2569

       จังหวัดมีความเสี่ยงสูง

       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดมุกดาหาร ยโสธร อํานาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

      ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และชลบุรี

       จังหวัดมีความเสี่ยงปานกลาง

       ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด
       ภาคกลาง : จังหวัดลพบุรี และสระบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
       ภาคตะวันออก : จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด


advertisement
       วันที่ 19 เม.ย.2569

       จังหวัดมีความเสี่ยงสูง

       ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลําภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และบุรีรัมย์
       ภาคกลาง : จังหวัดลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา  รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
       ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว

       จังหวัดมีความเสี่ยงปานกลาง

       ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ และแพร่
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดกาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อํานาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
       ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง นครปฐม และสมุทรสาคร
       ภาคตะวันออก : จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

       วันที่ 20 เม.ย.2569

       จังหวัดมีความเสี่ยงปานกลาง

       ภาคเหนือ : จังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลําภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
       ภาคกลาง : จังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
       ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และชลบุรี


advertisement

       พยากรณ์ สภาพอากาศวันนี้

       พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้ และทะเลจีนใต้แล้ว ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และอ่าวไทยตอนบน ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด

       ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง

       รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ส่วนประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัด โดยหลีกเลี่ยงการทำงานหรือการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นระยะเวลานาน

       สำหรับภาคใต้มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน

       ฝุ่นละอองในระยะนี้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน มีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์เกินมาตรฐาน เนื่องจากความหนาแน่นของจุดความร้อนบริเวณภาคเหนือและบริเวณใกล้เคียงมากกว่าความสามารถของการระบายอากาศ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่ง และควรสวมหน้ากาก N95 เพื่อความปลอดภัยเมื่ออยู่นอกอาคาร

       พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

       ภาคเหนือ

       อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 20-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

       อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง บริเวณจังหวัดมุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

       ภาคกลาง

       อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง บริเวณจังหวัดลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

       ภาคตะวันออก

       อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดอุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

       ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

       อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

       ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

       อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

       กรุงเทพและปริมณฑล

       อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

        ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่มีพายุ รวมถึงระวังป้ายโฆษณาและสิ่งของที่อาจปลิวหล่นจากที่สูง เกษตรกรควรเร่งเสริมความแข็งแรงให้พืชผลและโรงเรือน ขณะที่ผู้ที่ต้องเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งควรติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด  

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com ขอขอบคุณข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา 


advertisement