advertisement
วันพืชมงคลถือเป็นพระราชพิธีสำคัญที่สืบทอดมาแต่โบราณ เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรไทย ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก โดยในทุกปีจะมีการประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ ท้องสนามหลวง พร้อมการเสี่ยงทายที่ประชาชนต่างเฝ้าติดตาม เพราะเชื่อว่าเป็นนิมิตหมายเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง น้ำฟ้า และผลผลิตทางการเกษตรในปีนั้นๆ
พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
เมื่อเวลา 08.37 น. วันที่ 13 พ.ค. 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี โดยรถยนต์พระที่นั่งมายังพลับพลาที่ประทับ ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อทรงเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2569
advertisement
ในการนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต และข้าราชการ เฝ้ารับเสด็จและร่วมในพระราชพิธีอย่างพร้อมเพรียง
สำหรับปีนี้ ฤกษ์การไถหว่านกำหนดไว้ระหว่างเวลา 08.09-08.39 น. โดย นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่พระยาแรกนา พร้อมเทพีคู่หาบทองและคู่หาบเงิน ร่วมในขบวนพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี
advertisement
advertisement
จากนั้น พระยาแรกนาได้จูงพระโคแรกนา ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง ทำพิธีไถดะ ไถแปร และหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวรวม 7 สายพันธุ์ ก่อนกลบเมล็ดพันธุ์ลงในดิน ท่ามกลางเสียงประโคมฆ้องชัยและดุริยางค์อย่างสมพระเกียรติ
–
advertisement
สำหรับผลเสี่ยงทายปีนี้ พระยาแรกนาหยิบได้ผ้า 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลดี แต่นาในที่ดอนอาจเสียหายบ้างและได้ผลไม่เต็มที่
–
–
ส่วนพระโคเสี่ยงทายกิน “ถั่ว งา น้ำ หญ้า และเหล้า” พยากรณ์ว่า ธัญญาหารและผลาหารจะอุดมสมบูรณ์ น้ำท่าพอสมควร การคมนาคมสะดวก การค้าขายกับต่างประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศรุ่งเรือง
เรียบเรียงโดย : thaihitz.com
advertisement
