advertisement

สั่งทบทวนด่วน เกณฑ์ตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปมลูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีพ่อแม่


advertisement

      นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเฉพาะเงื่อนไขที่อาจส่งผลให้ผู้ถือบัตรถูกตัดสิทธิ์ หากบุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีว่า รัฐบาลได้รับทราบข้อกังวลจากประชาชนและกำลังเร่งดำเนินการทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

      นายเอกนิติกล่าวว่า ได้หารือร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงประเด็นที่ประชาชนแสดงความห่วงใย เนื่องจากในสภาพสังคมปัจจุบัน มีหลายกรณีที่บุตรใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา แต่ในความเป็นจริงกลับไม่ได้มีการดูแลหรือส่งเสียอย่างต่อเนื่อง หากนำเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้พิจารณาโดยตรง อาจทำให้ผู้สูงอายุหรือผู้มีรายได้น้อยที่ยังเดือดร้อนจริงสูญเสียสิทธิ์โดยไม่เป็นธรรม

      ด้วยเหตุนี้ นายกรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อทบทวนรายละเอียดและหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงของแต่ละครอบครัวมากกว่าการพิจารณาจากข้อมูลทางภาษีเพียงอย่างเดียว


advertisement

      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังย้ำว่า หัวใจสำคัญของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือการช่วยเหลือประชาชนที่มีความยากลำบากและขาดโอกาสอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีรายได้เพียงพอ ไม่มีสวัสดิการจากภาครัฐหรือเอกชน และไม่มีบุคคลคอยดูแลช่วยเหลือ

      ที่ผ่านมา โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดำเนินการมาเกือบ 10 ปี และมีข้อร้องเรียนสะสมจำนวนมากเกี่ยวกับการได้รับสิทธิ์ของบุคคลบางกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในภาวะยากจนจริง ขณะที่ประชาชนที่มีความเดือดร้อนจำนวนไม่น้อยกลับตกหล่นจากระบบ ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการที่ควรได้รับ

      ดังนั้น การเปิดให้ยืนยันสิทธิ์และทบทวนข้อมูลผู้ถือบัตรในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายสำคัญในการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่เดือดร้อนจริงแต่ไม่เคยได้รับสิทธิ์ สามารถเข้าสู่ระบบสวัสดิการของรัฐได้อย่างทั่วถึง


advertisement

      นายเอกนิติระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 13.2 ล้านคน และล่าสุดมีผู้มายืนยันสิทธิ์แล้วเกือบ 10 ล้านราย ขณะที่กระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่ค้นหากลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนที่ยากไร้ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ผู้ที่สมควรได้รับความช่วยเหลือตกหล่นอีกต่อไป

      สำหรับข้อกังวลของประชาชนที่ยังไม่ได้ยืนยันสิทธิ์ หรือมีข้อมูลไม่ครบถ้วนนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสิทธิ์ผู้ใดทั้งสิ้น กระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่เป็นเพียงการสำรวจข้อมูลและทบทวนคุณสมบัติ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาหลักเกณฑ์ในอนาคตเท่านั้น

      นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมปรับโครงสร้างการช่วยเหลือให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม โดยผู้ที่อาจไม่ได้อยู่ในกลุ่มยากจนที่สุด แต่ยังมีความจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ อาจได้รับสิทธิ์ผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งมีรูปแบบการสนับสนุนแตกต่างจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนฐานรากในอีกระดับหนึ่ง


advertisement

      นายเอกนิติกล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่รัฐบาลเร่งดำเนินการทบทวนและปรับปรุงระบบในช่วงนี้ เนื่องจากต้องการให้กระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อให้การจัดสรรสิทธิ์และสวัสดิการใหม่สามารถเริ่มดำเนินการได้ในเดือนสิงหาคม และทำให้ประชาชนที่มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงมาตรการของรัฐได้อย่างต่อเนื่อง

      ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และพร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคมไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการทำให้สวัสดิการของรัฐเข้าถึงผู้ที่เดือดร้อนจริง โปร่งใส เป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ 

เรียบเรียงโดย : thaihitz.com  


advertisement