advertisement
ผู้ว่าการ ธปท. แสดงความกังวลว่า ปัจจุบันมีการนำระบบผ่อนชำระไปใช้กับสินค้าราคาต่ำในชีวิตประจำวัน เช่น ข้าวมันไก่หรือชานมไข่มุก ซึ่งบางรายการมีราคาเพียงหลักสิบถึงร้อยบาท แต่สามารถผ่อนชำระได้นานหลายเดือน
“บางคนซื้อชานมแก้วละร้อยกว่าบาท หรือข้าวมันไก่จานละ 50-60 บาท แล้วเลือกผ่อนจ่ายต่ออีก 3-4 เดือน เรื่องนี้ต้องระวัง เพราะอาจสร้างพฤติกรรมบริโภคโดยไม่มีเงินในมือ และเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาหนี้ในอนาคต” นายวิทัยกล่าว
นอกจากนี้ ธปท. ยังพบว่าผู้ให้บริการ BNPL บางรายดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทหลายรูปแบบ ทั้งสินเชื่อดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. และสินเชื่อภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งอาจทำให้ภาระต้นทุนและดอกเบี้ยที่ผู้บริโภคต้องรับสูงกว่าที่เห็นในตัวเลขดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว
จากสถานการณ์ดังกล่าว ธปท. เตรียมออกหลักเกณฑ์กำกับดูแล BNPL อย่างเป็นทางการ โดยมีประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ได้แก่
advertisement
– กำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ใช้บริการ
– ตรวจสอบรายได้หรือความสามารถในการชำระหนี้
advertisement
– พิจารณาประเภทสินค้าที่สามารถผ่อนชำระได้
– กำหนดมูลค่าขั้นต่ำของสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ
– ทบทวนเพดานดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม
– กำหนดให้ผู้ใช้ต้องยืนยันการขอวงเงินและการใช้สินเชื่ออย่างชัดเจน
– พิจารณาเกณฑ์ประเมินความเสี่ยงสำหรับการผ่อนสินค้ามูลค่าสูง
ผู้ว่าการ ธปท. ย้ำว่า เป้าหมายของมาตรการนี้ไม่ใช่การขัดขวางธุรกิจหรือมองผู้ประกอบการ BNPL ในแง่ลบ แต่ต้องการป้องกันไม่ให้เด็ก เยาวชน หรือผู้ที่ยังไม่มีศักยภาพในการชำระหนี้ ถูกกระตุ้นให้บริโภคเกินความจำเป็น จนนำไปสู่ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้เสียในอนาคต
advertisement
เบื้องต้น ธปท. จะเน้นกำกับสินเชื่อ BNPL ที่ใช้สำหรับการซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก และจะประเมินผลต่อไปว่ามาตรการดังกล่าวเพียงพอหรือไม่ในการดูแลเสถียรภาพทางการเงินของประชาชนในระยะยาว
เรียบเรียงโดย : thaihitz.com
advertisement
