advertisement
บรรยากาศวันแรกของการใช้สิทธิโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส วันนี้ (1 มิ.ย. 2569) ที่ชุมชนตลาดบ้านท่อ ตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะร้านจำหน่ายอาหารเช้าที่มีประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิ์กันตั้งแต่ช่วงเช้า หนึ่งในนั้นคือร้านโจ๊กบ้านท่อ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดบ้านท่อ และเป็นร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
ประชาชนวัย 62 ปี รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ตนเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง จนถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัสในปัจจุบัน โดยหลังจากยืนยันสิทธิ์และเติมเงินเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว จึงออกมาซื้ออาหารเช้าให้ครอบครัว และเลือกใช้สิทธิ์ที่ร้านโจ๊กบ้านท่อ ซึ่งมีป้ายแสดงการเข้าร่วมโครงการอย่างชัดเจน
สำหรับการซื้อโจ๊กในครั้งนี้ มียอดรวม 95 บาท โดยรัฐบาลสนับสนุน 57 บาท ส่วนผู้ใช้สิทธิ์จ่ายเอง 38 บาท ทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ และยังเหลือวงเงินไว้ใช้สำหรับซื้ออาหารในมื้ออื่นต่อไป
เจ้าตัวมองว่าโครงการดังกล่าวช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายประจำวัน ส่วนใหญ่เงินที่ได้รับการสนับสนุนจะนำไปใช้ซื้ออาหารและของใช้จำเป็นภายในครัวเรือน พร้อมระบุว่าหากมีการวางแผนใช้จ่ายอย่างเหมาะสม วงเงินเฉลี่ยวันละประมาณ 333 บาท ก็ถือว่าเพียงพอและช่วยลดภาระของครอบครัวได้มาก
advertisement
อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่สำรวจตลาดชุมชนบ้านท่าเดื่อ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเพียง 1-2 ร้านเท่านั้น ขณะที่ผู้ค้าส่วนใหญ่ยังตัดสินใจไม่เข้าร่วม เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับข้อมูลทางภาษี รวมถึงขั้นตอนการลงทะเบียนที่มองว่ายุ่งยาก
ผู้ค้าหลายรายให้ข้อมูลว่า เป็นเพียงร้านค้ารายย่อยที่เปิดขายเฉพาะช่วงเช้า มียอดจำหน่ายไม่มาก และจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคหรืออาหารสดที่มีมูลค่าไม่สูง จึงไม่เห็นความจำเป็นในการเข้าร่วมโครงการ ขณะที่ร้านจำหน่ายเนื้อหมู เนื้อไก่ และเนื้อวัวภายในตลาดบางแห่งถึงกับติดป้ายประกาศไม่เข้าร่วมโครงการอย่างชัดเจน
advertisement
นอกจากนี้ ยังมีผู้ค้าบางส่วนระบุว่า เคยพยายามเข้าร่วมโครงการในอดีต แต่ติดปัญหาเรื่องเอกสารรับรองและคุณสมบัติการลงทะเบียน ขณะที่บางรายเคยเข้าร่วมมาตรการของรัฐมาก่อนและถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง จึงเกิดความกังวลและเลือกที่จะไม่เข้าร่วมในครั้งนี้
advertisement
การที่ร้านค้ารายย่อยในตลาดสด ซึ่งเป็นแหล่งซื้อขายใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ไม่เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนมีทางเลือกในการใช้สิทธิ์ลดค่าครองชีพด้านอาหารน้อยลง และอาจทำให้ประสิทธิภาพของมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับชุมชนไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
เรียบเรียงโดย : thaihitz.com
advertisement
